Friday, March 11, 2005

เรื่องเล่าเร้าพลัง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่ง พระองค์ทรงโปรดการเข้าป่าล่าสัตว์มาก พระราชามักจะชวนแพทย์หลวงไปด้วยเสมอ อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่พระราชาเข้าป่าไปล่าสัตว์กับแพทย์หลวง ปรากฏว่าพระราชาถูกงูพิษกัดเข้าที่นิ้วหัวแม่เท้า พระองค์ตกใจและสลบไป แพทย์หลวงต้องตัดสินใจตัดนิ้วหัวแม่เท้าของพระราชาไปเพื่อไม่ให้พิษงูลามไปยังส่วนอื่นๆหลังจากนั้นก็นำพระราชากลับมาวังได้อย่างปลอดภัย เมื่อพระราชาตื่นขึ้นมา พบว่านิ้วหัวแม่เท้าถูกตัดทิ้ง พระองค์ทรงกริ้วมาก ได้สั่งให้หทารจับแพทย์หลวงไปขังไว้

เวลาผ่านไปหลายเดือน พระราชาทรงลืมเรื่องที่จับแพทย์หลวงไปขังไว้ในคุกโดยสิ้นเชิง พระองค์เองยังคงเข้าป่าไปล่าสัตว์อยู่เสมอ และแล้วในวันหนึ่งพระองค์ได้พลัดหลงเข้าไปในป่าลึก ได้ไปพบกับชาวป่ากลุ่มหนึ่งที่กำลังทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้าอยู่ ชาวป่าเห็นว่าพระราชานั้นเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นเครื่องบูชายันต์ จึงได้นำพระราชาไปชำระล้างร่างกายให้สะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่แล้วชาวป่าก็เห็นว่าเครื่องบูชายันต์ของพวกเขานั้นไม่สมบูรณ์ เพราะว่าส่วนที่เป็นนิ้วเท้านั้นขาดหายไป ในที่สุดจึงตัดสินใจปล่อยพระราชาไป

การที่พระราชารอดชีวิตกลับมาได้ ก็เพราะมีร่างกายที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ มันทำให้พระองค์นึกถึงแพทย์หลวงขึ้นมาทันที เมื่อกลับมาถึงวัง พระองค์รีบตรงไปยังคุกที่ขังแพทย์หลวง สั่งให้ปล่อยตัวแพทย์หลวง แล้วพระองค์ก็ขอบคุณแพทย์หลวงที่ตัดนิ้วเท้าตนไป ทำให้ไม่ต้องตกเป็นเครื่องบูชายันต์ของชาวป่า พร้อมทั้งขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่เอาแพทย์หลวงมาขังไว้จนพระองค์เองก็ลืมไป แพทย์หลวงนั้นไม่ได้โกรธพระราชาแต่อย่างใด แถมยังขอบอกขอบใจพระราชาอีกด้วยที่เอาตนมาขังไว้ในคุก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วตนก็คงจะติดตามพระราชาเข้าไปในป่า และคงจะตกเป็นเครื่องบูชายันต์แทนพระราชาไปแล้ว!

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ........... ลอง Comment กันมานะครับ ผมอยากทราบว่าท่านผู้อ่านมีมุมมองในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ... เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ฟังมาจาก Mr. Kulin Desai นักธุรกิจอิสระ อดีต Vice-President ของ City Bank เมื่อค่ำวานนี้ครับ ผมนำมาแต่งเติมนิดหน่อยเพื่อให้มันลื่นไหลไปได้เท่านั้นครับ

12 Comments:

At Sun Mar 13, 07:09:00 PM, Anonymous time said...

ผลการกระทำใดๆ จะ ดี หรือ ไม่ดี ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่ผลนั้นไปปรากฎ

 
At Tue Mar 15, 04:18:00 AM, Blogger รุจเรขา said...

comment ไม่ถูกหรอกค่ะ แต่ชอบมาก เอาไปเล่าให้ลูกฟังก่อนนอน (อายุ 13 ขวบ) ลูกหัวเราะลั่นเลย บอกว่าตั้งแต่แม่เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังตั้งแต่เล็กจนโต เรื่องนี้ตลกที่สุด ..

 
At Fri Mar 18, 06:14:00 PM, Anonymous จิรัชฌา said...

ประเด็นคือ “การตัดสินใจ” และ “การตัดสิน” หลายครั้งที่เรามองเรื่องการตัดสินใจครั้งแรกหากพิจารณาในระยะสั้นอาจไม่ค่อยดีหรือมีผลกระทบที่แรงเกินไป หากมองอีกมุมหนึ่งในระยะยาวอาจเกิดผลดีก็ได้
ดังนั้นการ “ตัดสิน” ใคร (ดังที่พระราชาตัดสินแพทย์หลวง)ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน แต่ถ้ามองในมุมมองของแพทย์หลวงก็สอนเราในเรื่อง “การคิดเชิงบวก” (Positive Thinking) นะคะ

 
At Mon Mar 21, 03:29:00 AM, Anonymous Tuna said...

นึกถึงที่อาจารย์ประพนธ์เคยสอนเกี่ยวกับ iceberg จากเรื่องนี้เห็นได้ว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ พระราชาไม่รู้ว่าการไม่มีนิ้วเท้านั้นแตกต่างจากการไม่มีนิ้วเท้าอย่างไร รู้แต่เพียงว่าเป็นการสูญเสียที่ทดแทนไม่ได้
บางครั้งการรู้สึกสูญเสียอาจไม่ได้ถึงจุดสิ้นสุด แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ ก็ได้

 
At Mon Mar 28, 06:56:00 AM, Anonymous Aguru said...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้... ในสองเรื่องที่ว่าด้วย...

1."มุมมอง" กับ "มองมุม"
2. "เวลา" กับ "วาระ"

เกิดจาก ประสบการณ์ หรือ ความเก๋า อันเป็นพื้นฐาน โดยนัยตามธรรมชาติ โดยสภาวะตามสภาพของบุคคล ครับผม.....


Aguru

 
At Sun Jun 12, 11:56:00 AM, Anonymous ผ่านมา said...

สอนให้รู้ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ครับ

พระราชาก่อกรรมก็ได้รับผลกรรม

แพทย์หลวงก็รอดเพราะจากกรรมดี

นอกจากนี้ผมมองไม่เห็นประเด็นอื่นครับ

 
At Thu Oct 20, 02:47:00 AM, Anonymous Anonymous said...

การตัดสินใจใดๆก็ตามของผู้มีอำนาจต้องคิดทบทวนและต้องมีเหตุผลไม่ใช่ไม่ฟังอะไรหรือไม่ได้ถามความเห็นเลยบางครั้งเหตุผลของผู้ปฏิบัติก็มีเพียงพอและสมเหตุสมผล...เรื่องนี้ก็ดีตรงที่ว่าการมองเชิงบวกนั้นมีแต่ดีกับดีจริงๆค่ะ

 
At Sun Nov 06, 05:53:00 PM, Anonymous Anonymous said...

เรื่องนี้เป็นเต๋าครับ

 
At Tue Dec 27, 12:48:00 AM, Anonymous Anonymous said...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเรามองมุมไหน แง่ดีหรือแง่ร้าย

 
At Wed May 17, 10:08:00 AM, Blogger diakala said...

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก ไม่ใช่เรื่องที่ตายตัว ความบังเอิญมักเกิดขึ้นได้เสมอ ขึ้นอยู่กับโอกาส สถานการณ์ต่าง ๆ สภาพแวดล้อม นำพาไป

 
At Wed Sep 02, 10:51:00 PM, Anonymous Anonymous said...

การสูญเสียของรักบางอย่างของเราเองไปนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะจบสิ้นทุกอย่างในชีวิตไปได้

 
At Wed Sep 02, 10:52:00 PM, Anonymous Anonymous said...

การสูญเสียของรักบางอย่างของเราเองไปนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะจบสิ้นทุกอย่างในชีวิตไปได้

 

Post a Comment

<< Home