Thursday, March 31, 2005

ชีวิตที่ถูกบดขยี้โดยการเปรียบเทียบ


“... แต่เรากลับถูกสอนให้เปรียบเทียบ และเราก็เปรียบเทียบตลอดเวลาทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว เรามีชีวิตอยู่กับการเปรียบเทียบ เมื่อเราเปรียบเทียบมันเท่ากับว่าเราไม่เคารพตัวเอง เราอาจเห็นว่าคนบางคนสวยกว่าเรา สูงกว่าเรา สุขภาพดีกว่าเรา และอื่นๆ อีกนานาประการ เราจึงรู้สึกหนักใจเรื่อยไป และหากเรายังคงเปรียบเทียบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ กับคนอีกเป็นจำนวนล้านๆ คน ในที่สุดเราก็จะถูกบดขยี้ด้วยการเปรียบเทียบนี้ ...”
(จากหนังสือ ปัญญาญาณ หน้า 213)

โลกของเราเป็นโลกแห่งการเปรียบเทียบครับ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนล้วนเดินผ่านเส้นทางนี้กันมาทั้งนั้น และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมเราจึงรู้สึกว่าชีวิตนี้มันช่างหนักอึ้งเสียจริงๆ เราไม่ได้เห็นคนที่อยู่กับเรา “ที่นี่และเดี๋ยวนี้ (Here and Now)” อย่างที่เขาเป็น เราอยากให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ในแบบที่เราต้องการ ... หรือท่านมีความเห็นอย่างไร?

6 Comments:

At Sat Apr 02, 06:17:00 PM, Blogger รุจเรขา said...

เห็นด้วยค่ะ ตอนที่อ่านหนังสือถึง paragraph นี้ ก็อดนึกถึงพฤติกรรมของตนเองไม่ได้เหมือนกัน คล้ายๆ แบบนี้แหละค่ะ

ได้ไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือในวันเสาร์ และผ่านไปเห็นอาจารย์ที่บู้ทด้วยค่ะ มีผู้คนให้ความสนใจมาก ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ด้วยนะคะ

.. ชอบหนังสือเล่มนี้ที่สุด ในบท Go for the Poetry ค่ะ น่าทึ่งมากๆ แต่มีข้อกังขานิดหน่อยกับบท Imagination ตั้งแต่หน้า 107-109 ค่ะ ท่าน Osho มีความเห็นเกี่ยวกับพระป่าธุดงค์อย่างไรคะ ?

 
At Tue Apr 05, 05:47:00 PM, Anonymous จิรัชฌา said...

หลายครั้งที่อ่านงานเขียนของอาจารย์ ทำให้สะดุดทุกครั้ง สิ่งที่ได้คือ ทุกสิ่งในโลกนี้มีขาวและดำ มีสว่างและมืด มีดีและไม่ดี พูดถึงวิธีคิดเชิงเปรียบเทียบ ทางการศึกษาบอกว่าเป็นความคิดเชิงวิเคราะห์ เป็นความคิดในระดับกลางที่สูงกว่าความรู้ความจำ แต่ตำกว่าความคิดที่เป็นการแก้ปัญหาหรือการประยุกต์ใช้ มันเป็นกระบวนการพัฒนาทางความคิดที่จำเป็น แต่ถ้าใช้ไม่ถูกทาง กระบวนการนั้นก็อาจทำลายสิ่งที่อยู่ภายในตัวตนของคนคนนั้นได้ อือ... น่าคิดนะคะ เด็ก ๆ น้อง ๆ จะรู้เท่าทันมันมั้ยคะ

ขอบคุณความคิดหลาย ๆ อย่างของอาจารย์นะคะที่ทำให้ดิฉันจะได้มีกิจกรรมที่จะไปพูดคุยกับนักศึกษาในเปิดเทอม มิย.ที่จะถึงนี้ค่ะ

 
At Wed Apr 06, 08:39:00 PM, Blogger Dr. Prapon said...

ผมเข้าใจว่าท่าน Osho ต้องการชี้ให้เราเห็นว่าการอดอาหารและการเก็บตัวอยู่ตามลำพังนั้น เป็นกลไกในการสร้างจินตนาการ (Imagination) ที่ใครๆก็สามารถทำได้โดยง่าย แต่อันตรายน่าจะอยู่ตรงที่ว่า “ความจริงเสมือน” นี้อาจมาปิดกันเราให้เข้าไม่ถึง “ความจริงแท้” ที่อยู่ในตัวเรา แต่ที่แน่ๆผมเชื่อว่าท่านไม่ได้ต่อต้านการมีประสบการณ์กับความเงียบแต่อย่างใด (ผมเข้าใจว่าที่คุณรุจเรขาพูดถึงพระธุดงค์คงจะหมายถึงประเด็นนี้) จะเห็นได้ว่าในหนังสือหน้า 112 ท่านได้กล่าวต่อไปว่า

“... ความเป็นจริงนั้นอยู่ภายในตัวท่าน มันไม่ใช่การสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะว่าอะไรที่ท่านสร้างขึ้นมานั้นมันไม่ใช่ของจริง สิ่งที่สร้างขึ้นมาเป็นแค่ผลผลิตของจินตนาการ สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือการก้าวล้ำเข้าไปในความเงียบ เฝ้ามองมันด้วยความตื่นตัวและความรู้สึกตัว เพียงแค่นั้นท่านก็จะได้เห็นถึงสิ่งที่เป็นจริง ผู้ที่ได้เห็นความเป็นจริงจะพูดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่เงียบมากๆ เป็นความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยปิติสุข มันเป็นความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุด และที่แน่ๆในสภาวะเช่นนั้นท่านไม่ได้เห็นพระเจ้าองค์ใดเลย ไม่มีแม้แต่นางฟ้าหรือเทวดาองค์ใด สิ่งลวงตาเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นมา จึงจะเห็นได้...” แล้วคุยกันใหม่นะครับ

 
At Thu Apr 07, 11:29:00 PM, Blogger peter said...

อาจารย์ครับเนื่องจากผมยังไม่มีโอกาสอ่านหนังสือ ปัญญาญาณ แต่ก็อยากร่วมออกความคิดเห็น หวังว่าอาจารย์คงไม่ขัดข้องนะครับ ผมมีความเห็นว่าการเปรียบเทียบมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับผู้ใช้ประโยชน์จากการเปรียบเทียบ บ่อยครั้งที่คนส่วนใหญ่มักรู้สึกถึงการเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัวเพราะถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก และอีกทั้งในหลายๆเหตุการณ์เรามีความรู้สึกเปรียบเทียบขึ้นมาทันที่โดยธรรมชาติ ดังนั้นมันจึงทำให้เรารู้สึกแย่มากๆ เมื่อเราด้อยกว่าผู้อื่น ผมจึงอยากเรียนปรึกษาอาจารย์ว่า อาจารย์มีเเคล็ดลับส่วนตัวหรือเปล่าครับที่จะขจัดความรู้สึกเปรียบเทียบที่ทำให้เกิดผลเชิงลบต่อตัวเราออกไป และควรมีวิธีการอบรมหรือพัฒนาวิธีคิดตั้งแต่เด็กให้ได้รับประโชยน์จากการเปรียบเทียบในเชิงบวกมากกว่าที่จะใช้การเปรียบเทียบมาทำลายตนเอง ซึ่งผมเห็นว่าถ้าเรามีความรู้สึกที่ไม่กดดันตนเองจากการเปรียบเทียบก็จะทำให้เรามีความสุขอยู่ทุกวันครับ

 
At Fri Apr 08, 03:11:00 AM, Blogger Dr. Prapon said...

สำหรับผมแล้ว... ผมมองว่า "การเปรียบเทียบ" นั้นเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งครับ... เราต้องรู้จักนำมันมาใช้ให้ถูกกับสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น การลงทุนจำเป็นต้องเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ การซื้อบ้านหรือซื้ออะไรก็ตามก็คงจะต้องเปรียบเทียบ ต้องวิเคราะห์... นี่คือพลังของสมองฝั่งซ้ายครับ... ผมเห็นด้วยกับคุณ Peter ที่ว่าการเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัวต่างหากที่เป็นอันตราย เพราะมันเหมือนกับว่าเครื่องมือชิ้นนี้ทำงานไปเองโดยที่เราไม่ได้สั่งการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบที่สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับตัวเรา มันก็เท่ากับว่าเครื่องมือชิ้นนี้เดินไปเองโดยที่เราไม่ได้สั่ง แถมยังมาเชือดเฉือนเราให้เจ็บช้ำน้ำใจอีก ข้อแนะนำหรือครับ... แนะนำแต่ไม่ได้หมายความว่าผมทำได้ตลอดเวลานะครับ... มี 2 ข้อด้วยกันคือ ข้อ1. ...ต้องมี “สติ” รู้ตัวอยู่เสมอครับ เครื่องมือที่เราเรียกว่า “การเปรียบเทียบ” นี้จะได้ไม่ทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัวอีกต่อไป แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกสติ ขอแนะนำข้อ 2 ครับ ...เหมือนกับที่คุณ Peter แนะนำไว้ คือพยายามฝึกการเปรียบจากที่เคยเป็นการเปรียบเทียบเชิงลบให้กลับมาเป็นเชิงบวกครับ คือแทนที่เมื่อเปรียบเทียบแล้วรู้สึกว่าตัวเองแย่... รู้สึกว่าตัวเองโชคไม่ดี... ก็ให้เหลียวไปดูคนที่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่กว่าเรา โชคร้ายกว่าเรา แล้วการเปรียบเทียบนั้นก็อาจสร้างกำลังใจให้กับเราก็ได้ครับ... พูดง่าย แต่คงทำได้ไม่ง่ายนักนะครับ... แต่ถ้าไม่ลองทำดู ก็คงไม่รู้นะครับว่ามันเป็นอย่างไร? ... ลองทำแล้วมา share กันดูนะครับ... พวกเราทุกคนที่อ่าน blog นี้อยู่ขอส่งใจช่วยครับ

 
At Thu Sep 19, 08:43:00 PM, Blogger Thaweesak Binusub said...

เปรียบเทียบ.
...output ที่ได้
ภายใน = ดี-ด้อย กว่าเดิม
ภายนอก = ดีด้อย กว่าเขา
....outcome ที่ได้.....สมดุลภายใน (ระดับ ความพอใจ/สุข)
....result ที่ได้....แรงขับ
วนอยู่อย่างนี้แหล่ะครับจนตาย
โดยส่วนตัวมองว่า การเปรียบเทียบภายในดูจะสร้างสมดุลได้ดีกว่า แต่จะคุมสติให้เปรียบเทียบภายในได้สม่ำเสมอนี่ลำบากอยู่

 

Post a Comment

<< Home