Thursday, March 03, 2005

แนะนำหนังสือ intuition "ปัญญาญาณ"

ตามที่มีผู้สนใจถามมา ผมถามทางสำนักพิมพ์ใยไหมแล้ว คาดว่าหนังสือน่าจะพิมพ์เสร็จประมาณวันที่ 24 มีนาคมนี้ ส่วนราคานั้นตั้งไว้ที่ 220 บาท หากซื้อในงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ วันที่ผมไปบรรยาย (26 มี.ค.) น่าจะราคาถูกกว่าราคาปก หนังสือมีทั้งหมด 264 หน้า วันนี้ผมเอาส่วนของคำนำมาให้อ่านเป็นการอุ่นเครื่องก่อนครับ..

คำนำผู้แปลและเรียบเรียง

ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายน 2547 พออ่านจบแล้ว.... วางไม่ลง ยังคงต้องหยิบขึ้นมาอ่านอีก.... เป็นครั้งที่สอง.... เป็นครั้งที่สาม ทุกๆครั้งที่อ่านแล้ว.... รู้สึกว่า.... ได้อะไรใหม่ๆอยู่เสมอ.... ท่าน Osho มีเทคนิคการนำเสนอประเด็นและให้มุมมองในรูปแบบที่เรียกได้ว่า “สะใจ” และ “โดนใจ” ผมในหลายๆเรื่อง.... ท่านใช้คำพูดที่ตรงไปตรงมา.... คล้ายๆกับที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพูดว่าเป็นการ “ตีกลางแสกหน้า” เลยทีเดียว

คำพูดหลายๆคำ ทำให้ผม “สะดุด” ต้อง “หยุดคิด” และหันกลับมาดูชีวิตของตนเอง แต่ก่อนแต่ไรผมเองไม่เคยให้ความสนใจกับสิ่งที่เรียกว่า “สัณชาตญาณ (instinct)” ผมรู้แต่เพียงว่ามันติดมาพร้อมๆกับร่างกายที่ผมมีอยู่นี้ ผมเพิ่งจะตระหนักว่าชีวิตที่ผ่านมาเกือบ 50 ปี ของผมนั้น ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเรื่องการใช้ความคิดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา เรื่องงาน หรือเรื่องครอบครัวก็ตาม ท่าน Osho เรียกความสามารถส่วนนี้ว่าเป็น “ปรีชาญาณ (intellect)” มันเป็นการทำงานของสมอง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้หัว แต่สิ่งที่ผมรู้น้อยที่สุด หรืออาจจะบอกว่าไม่รู้เลยก็ได้ กลับกลายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สิ่งนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า “ปัญญาญาณ (intuition)” ซึ่งก็คือประเด็นหลักของหนังสือเล่มนี้นี่เอง ท่าน Osho บอกไว้ว่า.... มันเป็นส่วนที่มาจาก “ใจ” จะต้องอาศัยการ “เข้าถึง” ไม่ใช่เพียงแค่การทำความ “เข้าใจ” อย่างที่คนทั่วไปถนัด การเข้าถึงจะต้องอาศัยประสบการณ์ตรง แต่ละคนจะต้องสัมผัส และรู้สึกได้ด้วยตนเอง สิ่งที่ท่าน Osho กล่าวไว้ จึงเป็นได้เพียงแค่ “คำแนะนำ” ส่วน “การกระทำ” นั้น ผมเชื่อว่าจะต้องขึ้นอยู่กับพวกเราแต่ละคน

ผมยินดีที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดคำแนะนำของท่าน Osho ออกมาเป็นภาษาไทยให้เพื่อนนักอ่านชาวไทยและนักแสวงหาทั้งหลายได้นำไปทดลองใช้ในชีวิต ถึงการแปลและเรียบเรียงครั้งนี้ จะใช้เวลาเนิ่นนานกว่าที่ผมคาดคิด แต่ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าและมีความสุขยิ่ง สิ่งที่ผมค่อนข้างประทับใจก็คือการที่ลูกชายทั้งสองคนและภรรยาผมได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานแปลชิ้นนี้ด้วย

ผมขอขอบพระคุณท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ที่ได้นำหนังสือฉบับภาษาอังกฤษติดมือมาจากอินเดีย ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์วิศิษฐ์ วังวิญญู ผู้อำนวยการสถาบันขวัญเมือง ที่ได้แนะนำคำว่า “ปิ๊งแว้บ” ให้กับผม และยังได้กรุณาเขียนคำนิยมที่ “กระจ่าง” และ “กินใจ” ทำให้ท่านผู้อ่านได้มีโอกาสสัมผัสบางส่วนจากปัญญาญาณของท่านอีกด้วย

ท้ายสุดนี้ผมขอขอบคุณ คุณอภิสิทธิ์ กัมพลาวลี และทีมงานใยไหมทุกคนตลอดจนผู้อ่านทุกท่านที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้ “เป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าหนังสือหนึ่งเล่ม”

ด้วยรักและปรารถนาดี
ประพนธ์ ผาสุขยืด
prapon@kmi.or.th

0 Comments:

Post a Comment

<< Home