Thursday, April 21, 2005

ข้อแก้ตัว หรือว่า มั่วนิ่ม

ห่างหายไปหลายวันครับ เพราะช่วงสงกรานต์ผมกลับไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดตราด กลับจากตราดก็ไปเข้าร่วม Workshop การจัดการความรู้ที่ทาง สคส. (หน่วยงานที่ผมทำงานอยู่) จัดให้กับ สภาการศึกษา (สกศ.) ที่สามพราน หลัวจากนั้นก็บินมาที่พิษณุโลกเพื่อเดินทางต่อมาจังหวัดตาก มาเป็นวิทยากรให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากครับ ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ใช่อะไรหรอกครับ... ผมเพียงแค่ต้องการหาเหตุผลเพื่อบอกท่านว่าทำไมผมจึงหยุดเขียน blog ไปหลายวัน... ฟังขึ้นหรือเปล่าครับ

คนเรามักจะเคยชินกับการอ้างเหตุอ้างผลหรือหาข้อแก้ตัวอยู่เสมอครับ จริงๆแล้วที่ผม "ไม่ได้เขียน" ก็คือ "ไม่ได้เขียน" ไม่มีความจำเป็นที่ต้องหาเหตุผลหรือแก้ตัวใดๆเลย... แต่ท่านที่อ่าน "ป้ญญาญาณ" คงจะทราบดีว่านี่คือ ผลงาน ที่มาจาก ปรีชาญาณ (Intellect) ของเรา การใช้เหตุใช้ผลถือเป็นเปลือกชั้นที่สามที่ปิดกั้นเราไว้ทำให้เราเข้าไม่ถึง ปัญญาญาณ (Intuition) ในหนังสือหน้า 165 ท่าน Osho ได้กล่าวไว้ว่า “เปลือกชั้นที่สาม หรือตัวกรองชั้นที่สามนี้ ได้แก่ เหตุผลจอมปลอมทั้งหลาย การใช้เหตุใช้ผล การอธิบาย คำแก้ตัว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ถูกหยิบยืมมาใช้ ....... มันให้ความรู้สึกที่พึงพอใจแก่ท่าน ท่านคิดว่ามันเป็นการใช้ชีวิตอย่างสมเหตุสมผล..."


ชีวิตนี้ไม่จำเป็นต้องมีเหตุมีผลเสมอไป... ท่านคิดอย่างไรในประเด็นนี้ครับ

6 Comments:

At Sat Apr 23, 02:25:00 AM, Anonymous Anonymous said...

เหตุผลกับไม่มีเหตุผลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ

 
At Sat Apr 23, 02:26:00 AM, Anonymous Anonymous said...

เหตุผลกับไม่มีเหตุผลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ

 
At Sun Apr 24, 07:24:00 PM, Blogger morning_glory said...

บางทีการพยายามให้เหตุผล เกิดจากการ "ปกป้องตัวเอง" เหตุผลที่ใช้ จึงเป็นแค่เครื่องมือในการนำมาสู่ข้อสรุปที่เราต้องการ (คือ ฉันไม่ผิดนะ)

ถ้ารู้ทันจิตใจ ที่กำลังปกป้องตัวเองแล้ว ก็จะทำให้มองอย่างเป็นกลางได้ ก็จะเกิดการเรียนรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะอะไรกันแน่

ถ้าทำขณะอยู่คนเดียว ก็คือฝึกสติ ถ้าทำต่อหน้ากลุ่มก็จำเป็นต้องมีความไว้วางใจ และความรู้สึกปลอดภัยสูงพอสมควร

 
At Wed Apr 27, 02:10:00 AM, Anonymous Anonymous said...

ถ้ามองทุกอย่างตามสภาพที่เป็นจริง เหตุผลก็คงไม่จำเป็นครับ

 
At Fri May 20, 10:53:00 PM, Blogger Meditation Mind said...

"ชีวิตนี้ไม่จำเป็นต้องมีเหตุมีผลเสมอไป"
ในประเด็นนี้ ผมขอ Communicate และ Dialogue ดังนี้ครับ:
-ในเมื่อเรายังเป็นปุตุชนธรรมดา ยังมี รัก โลภ โกรษ หลง และอื่นๆ มากมาย การมักต้องอ้างเหตุ ผล ต่างๆนานา เป็นเพราะว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้อง Care และ อยู่ร่วมกับคนอื่น ในใจมักจะรู้สึก ต่อคนอื่น โดยคิดไปเองเป็นส่วนใหญ่ กลัว ไม่เป็นที่รัก และ นับถือของคนอื่น กลัวอะไรมากมาย เลยถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกแล้ว แก้ไขยากครับ แก้ได้ด้วย การฝึกสมาธิ ถึงระดับ ฌาณ 4 ขึ้นไป แล้วทำการเปลี่ยน จิตใต้สำนึกที่ได้บันทึกไว้ไม่ดี ให้เป็นที่ต้องการได้ในทางที่ดีครับ ผมยังต้องฝึกฝนอีกมากเลยครับ ยังไม่คงที่ เป็นเพราะเรายังมี Emotion อยู่กับเรา ผมยอมรับว่าอยู่ที่พื้นฐานคนแต่ละคนครับ
-ผมรับรู้จากใจเองว่า ในชีวิตจริงนั้น เราไม่ควรต้องใช้อ้างเหตุและผล อยู่เสมอไป ต้องยอมรับตามความเป็นจริง ที่ได้เกิดขึ้นให้ได้ครับ

 
At Thu Sep 19, 09:19:00 PM, Blogger Thaweesak Binusub said...

จะเป็นข้อแก้ตัวหรือมั่วนิ่ม ผมมองว่าเป็นคำที่ดูไม่ดีทั้งคู่แหล่ะครับ
....ขอนุญาตแชร์สมมุติฐานอย่างนี้ครับ.....
"ระดับความสามารถในการดึงเหตุมาตอบผลได้ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุดออกมานำเสนอสัมพันธ์ระดับความสามารถในการรับแรงเสียดทานจากการสูญเสียสมดุลภายใน (ความพอใจ/ความสุข)"

 

Post a Comment

<< Home