Monday, April 11, 2005

ระวัง “C and C” ที่กลายพันธุ์

C&C ที่ว่านี้คืออะไรน่ะหรือ? ผมว่าพวกเราส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับมันกันพอสมควร เพราะมันย่อมาจาก Command & Control ซึ่งหมายถึง “การสั่งการและควบคุม” ยังไงล่ะครับ ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ หัวหน้า หรือผู้บริหาร เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าเราใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัวต่างๆนาๆ เป็นต้นว่า เรากลัวว่าลูกๆของเราจะทำตัวเหลวไหลเสียผู้เสียคน... เรากลัวว่างานที่รับผิดชอบอยู่จะออกมาไม่ดี... เราไม่กล้าพอที่จะปล่อย... เราไม่ไว้ใจ... และในที่สุดเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้อง “ใช้อำนาจ” สั่งการและควบคุม

จริงๆ แล้ว C&C ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีไปเสียทั้งหมด... ในบางสถานการณ์เราก็อาจจะต้องใช้ C&C หรือในบางยุคบางสมัยการบริหารโดยใช้หลัก C&C ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ เพราะในสมัยนั้นผู้ปฏิบัติงานอาจจะมีความรู้ไม่มากนัก หรืออาจจะไม่มีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งผิดกับในสมัยปัจจุบันอันถือได้ว่าเป็นยุคแห่งการบริหารสารสนเทศ (Information Management) เป็นยุคสมัยของการจัดการความรู้ (Knowledge Management) การบริหารงานด้วยหลักการ C&C อาจไม่ใช้ทางเลือกที่เหมาะสมอีกต่อไป... เพราะถือได้ว่าเป็นยุคสมัยแห่งการ "เอื้ออำนาจ (Empower)" มากกว่าที่จะมา “ใช้อำนาจ” เหมือนแต่ก่อน

หากมองในภาพรวมแล้ว ผมเห็นว่าผู้บริหารองค์กรยุคใหม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่อง Empowerment นี้มากยิ่งขึ้นทุกวัน เพราะแต่ละท่านต่างก็รู้ดีว่าองค์กรจะก้าวหน้าได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากคนทุกระดับ ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน อีกทั้งยังต้องสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองด้วย ยุคสมัยนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดูเสมือนว่า C&C ที่เราคุ้นเคยนั้นได้เริ่มอ่อนกำลังลงไปบ้างแล้ว

แต่สิ่งที่ทำให้ผมเริ่มเป็นห่วงก็คือในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ หลักการบริหารผ่าน “ตัวชี้วัด” ที่เรารู้จักกันในนามของ “KPI” หรือ Key Performance Indicators กำลังมาแรงเหลือเกิน จนเรียกได้ว่าระบาดเข้าไปในแทบทุกหน่วยงานแล้ว ถึงแม้ผมจะยอมรับว่า “ตัวชี้วัด หรือ ดัชนี” เป็นสิ่งที่สำคัญในการบริหารงาน แต่สิ่งที่ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ก็คือ “ความพิถีพิถันในการเลือกและกำหนดตัวชี้วัด” เพราะหากเราเริ่มต้นด้วยการใช้ตัวชี้วัดผิดตัวแล้ว เราก็อาจจะก้าวเดินไปผิดทางได้ และหากเราไม่ระวังเรื่องการทำงานแบบอิง KPI ให้ดี บางที KPI เหล่านี้อาจเป็น C&C ในรูปแบบใหม่ที่กลายพันธุ์มาก็ได้... หรือท่านมีความเห็นว่าอย่างไร...?

7 Comments:

At Tue Apr 12, 02:22:00 AM, Anonymous Anonymous said...

ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ดัชนีเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่มี การเทียบส่วนกับ รายได้-รายจ่าย ของคนในท้องถิ่น

 
At Thu Apr 14, 05:42:00 AM, Anonymous Anonymous said...

๑. คำว่าตัวชี้วัด เข้าใจว่า แปลมาจากคำว่า indicator คำนี้หมายถึง "ตัวบ่งชี้" เท่านั้น นะครับ เพราะไม่ได้ "วัด" อะไรเลยนะครับ
๒.คำว่า ดัชนี น่าจะแปลมาจากคำว่า index ซึ่งหมายถึง ก. บัญชีเรียงคำตามลำดับอักษรที่พิมพ์ไว้ส่วนท้ายของหนังสือ ข. หมายความว่า นิ้วชี้ ถ้าเป็นราชาศัพท์ใช้คำว่า พระดัชนี ค.หมยความว่าจำนวนที่เขียนไว้บนมุมขวาของอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเรียกว่า ฐาน เพื่อแสดงการยกกำลังของฐานนั้น
ไม่ทราบว่าต้องการจะใช้ในความหมายใดครับ หรือความจริงต้องการใช้ในความหมายหนึ่งแต่เข้าใจความหมายของคำว่า "ดัชนี" หรือ "ดรรชนี" ไม่ตรงครับ ถ้าเป็นดังนี้ ก็ควรแก้ไขนะครับ

 
At Wed Apr 27, 03:05:00 AM, Anonymous Anonymous said...

การสั่งการและควบคุม จะมีผลดีกับการทำงานร่วมกันในสังคมๆ /หนึ่ง ในองค์กรๆ หนึ่ง /บริษัทๆ หนึ่งครับ
เพียงแต่ว่า ที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาการไม่เข้าใจของผู้รับคำสั่งการและควบคุม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระดับผู้ใต้บังคับบัญชา นันเอง สาเหตุก็อาจะมีหลายทาง เช่น ไม่มีเวลามาอธิบายคำสั่งให้ชัดเจน / หรือ มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่ดีในระหว่างองค์กร เหล่านี้เป็นต้น
ดังนั้น หากเมื่อมีปัญหาอะไรก้แล้วแต่ ก็ควรที่จะหาทางศึกษาว่า อะไรคือต้นเหตุของปัญหานั้นๆ
แล้วก็หาทางออกความคิดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ได้อีกต่อไปในอนาคต
จิรภัทร์

 
At Tue May 10, 10:08:00 PM, Anonymous Anonymous said...

ผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์พูดนะครับ ว่า ถ้าจับวัดตัว KPI ผิดตัวแล้วนี่เรื่องใหญ่เลย แต่ถ้าเลือกถูกตัวแล้วก็ยังพอเห็นแสงสว่างที่ปลายทางบ้างนะครับ บางทีวัดกันเป็นสิบๆ ตัว แล้วไม่ค่อยจะถามตัวเองว่า วัดแล้วได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา หรือว่ากำหนดตัว KPI ขึ้นมาแล้วเป็นแบบ C&C คือว่าไม่มี action plan กำกับแต่นายบอกว่าต้องทำให้ถึงเป้านะ

โดยสรุปแล้ว KPI ที่ดี ตามความเข้าใจของผมนะครับ ต้องประกอบด้วย
1. คณะจัดทำ KPI ที่ดี คือ ต้องมีผู้รู้จริงเกี่ยวกับเรื่องนี้
2. ควรที่จะมีตัว KPI ที่สามารถวัดสถานภาพโดยรวมขององค์กรได้ เช่น ถ้าในระดับประเทศก็คือ GDP
3. ต้องมี Action plan กำกับว่า เราจะทำให้ได้ตามเป้าหมายได้อย่างไร คือ วิธีที่จะทำได้จริง ไม่ใช่ว่า KPI ตัวนั้นดีมากเลย แต่ว่าปฏิบัติยังไงก็ไม่ได้
4. ต้องมีการวัดความพึงพอใจของพนักงานด้วย เพราะว่าส่วนมากจะเน้นการลดค่าใช้จ่ายจึงมีการ empower พนักงานให้สามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้น คือ ลดค่าใช้จ่ายบุคลากรลง พนักงานทำงานได้มาก Efficiency สูง เหนื่อยมากขึ้น ถ้าไม่สนใจวัดในจุดนี้ผู้บริหารก็จะเป็น C&C

ณกุล TEAM

 
At Fri May 20, 11:14:00 PM, Blogger Meditation Mind said...

ผมเห็นพ้องกับอาจารย์ครับ และขอมีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้คือ:
1)การใช้ KPI หรือ Balanced Scorecard หรืออะไร ที่จะมีในอนาคต นั้น เราต้องมีจุดประสงค์ในการใช้ ต้องคิดว่า KPI หรือ อื่นๆ เป็นแค่แนวทาง หรือ แนวโน้ม ของสิ่งที่เราจะวัดนั้น เท่านั้น แต่ทุกสิ่งในโลกนี้ เมื่อเกิดจากการกระทำของคน เราต้องนำหลักการของ พระพุทธเจ้า เรื่อง ธรรม ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์ด้วย แต่อยู่ในด้าน จิตศาสตร์(ในใจ)
เพราะฉะนั้น ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ บริษัท ต่างๆได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการนำ ธรรมภิบาล มาใช้ในองค์กรมากขึ้น ต้องเริ่มที่ ผู้บริหารสูงสุดก่อน แล้วนำพาไปสู่ระดับอื่นๆต่อไป จึงจะได้ผลครับ

 
At Thu Oct 20, 08:21:00 PM, Anonymous Anonymous said...

เห็นด้วยที่ควรจะมี KPI เป็นตัวกำกับผลงานให้ได้ตามที่คาดหวัง..แต่การจัดทำ KPI นั้นต้องทำจากคณะทำงานที่รู้จริงไม่ใช่นั่งอยู่บนหอคอยและต้องการอะไรก็สั้งการโดยไม่ได้มองให้ทั่ว..และควรอย่างยิ่งที่KPI ต้องเป็นภาพรวมทั้งกระทรวงแล้วทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันทำวางแผนร่วมกันแต่นี่ไม่ใช่เช่นนั้น ต่างกรมก็มี KPI เป็นของตนเองอันนี้ไม่เกี่ยวกับของฉันฉันก็ไม่สน เบื้องบนน่ะบูรณาการกันมาให้ดีเสียก่อน ผู้ปฏิบัติงานข้างล่างจะได้ทำงานแบบไม่ทุกข์มาก..จริงๆแล้วทำงานต้องมีความสุขแต่ทุกวันนี้ทำงานแค่ขอให้ไม่ทุกข์มากก็พอแล้ว..แล้วผลงานที่ได้จะเป็นอย่างไร..ต้องการผลงานเท่าไรเขาก็หาให้ได้ตามที่ต้องการ..แต่ไม่เกิดการปฏิบัติจริง..อย่างนี้ชอบใช่มั๊ย..ควรหันกลับมาทบทวนได้แล้วก่อนที่งานมันจะต่ำลงไปเรื่อยๆ KPI ที่คิดก็ไม่ครอบคลุมทุกงานบางงานไม่ใช่ KPI ก็หยุดทำโดยปริยายเพราะว่าไม่มีงบประมาณให้..อาจารย์คงทราบดี

 
At Thu Jul 10, 12:52:00 AM, Anonymous Anonymous said...

เคยอ่านหนังสือมาหลายเล่มค่ะ เค้าเขียนว่าต้องเอา KPI มากจับกับ KPI พอมาอ่านบทความของ อ. ก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก็ยังเกิดข้อสงสัยหลายประการ เนื่องจากหาก KPI น้อย แล้ว จะเอามาจับกับ BSC อย่างไรกัน..ยังสงสัยอยู่ค่ะ

 

Post a Comment

<< Home