Monday, June 13, 2005

ถ้าวัดไม่ได้ ก็บริหารไม่ได้


ท่านคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “If we cannot measure, we cannot manage” มาบ้างแล้วใช่ไหมครับ หลายคนที่เคยคุยกับผมเรื่องระบบการใช้ตัวชี้วัด หรือ “KPI” แบบที่เรา (บ้า) ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าผม “แอนตี้” เรื่อง KPI หรือเข้าใจไปว่าผมนั้นไม่เห็นด้วยกับประโยคข้างต้น ท่านกำลังเข้าใจผมผิดไปแล้วครับ ...

ประการแรกก็คือ ผมไม่ได้แอนตี้ KPI ครับ ถ้ามันเป็น KPI ที่แท้จริง เพราะชื่อมันก็บอกอยู่ชัดๆแล้วว่า “Key Performance Indicator” เป็นตัวชี้วัดสมรรถนะหลักๆ คือจะต้องไม่เป็นตัวชี้วัด “กระจอกๆ (จิ๊บจ๊อย)” แบบที่ใช้กันในปัจจุบัน จะต้องไม่ใช่ตัวชี้วัด "กิจกรรม” เพื่อสักแต่ให้ได้ชื่อว่า “ได้ทำ” เท่านั้นนะครับ ผมมักจะเตือนตัวเองอยู่เสมอด้วยคำพูดที่ว่า “Nothing is easier than being busy, nothing is more difficult than being effective” ประสิทธิผลเป็นเรื่องที่สำคัญครับ อย่ามัวไปหลงดีใจ เพียงเพราะว่าเรากำลังยุ่งอยู่กับอะไรบางอย่าง ต้องหมั่นสำรวจตรวจตราตัวเองดูด้วยว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้น มันพาเราเข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้หรือเปล่า เกิดประสิทธิผลหรือเปล่า หรือว่าเราเพียงแค่ทำให้ยุ่งไปวันหนึ่งๆเท่านั้น ชีวิตนี้สั้น และสำคัญเกินกว่าที่จะปล่อยเวลาให้ผ่านไปวันๆครับ ... สงสัยเป็นเพราะผมคงจะอยู่ในวัยที่เริ่ม “นับถอยหลัง” แล้ว จึงทำให้ตระหนักในคุณค่าของเวลาที่ผ่านไป

ประการที่สองก็คือ ผมเห็นด้วยกับข้อความที่ว่า “ถ้าวัดไม่ได้ ก็บริหารไม่ได้” อย่างยิ่ง Management กับ Measurement เป็นเรื่องที่คู่กันครับ “วัดไม่ได้ก็จัดการไม่ได้” อันนี้มัน “ชัวร์” อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมเสริมเข้าไปก็คือ เราต้องอย่าหลงประเด็นเห็นผิดคิดไปว่า เราสามารถวัดทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้ทั้งหมดนะครับ ประเด็นนี้ถกเถียงทะเลาะกันมาหลายคู่แล้วครับ พวกที่ร่ำเรียนมาทางสายวิทย์มักจะคิดว่าทุกอย่างนั้นสามารถวัดได้ ในขณะที่พวกที่มาทางสายศิลป์จะยืนกรานว่าเราไม่สามารถวัดทุกสิ่งทุกอย่างได้ ผมเองเป็นพวกสายวิทย์ที่กลายพันธุ์ครับ เพราะเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าสิ่งที่เราวัด (ผ่านเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ หรือผ่านตัวชี้วัด) ไม่ได้นั้น มีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องความรู้สึก เรื่องสัมผัสที่หก เรื่องแรงบันดาลใจ และเรื่องอะไรๆ อีกมากมาย ...แล้วเราจะทำอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ที่วัดไม่ได้ล่ะครับ “ถ้าวัดไม่ได้ ก็จัดการไม่ได้” ถูกต้องเลยครับ ! สิ่งที่วัดไม่ได้เหล่านี้ใช้ Management ไม่ได้หรอกครับ ...จำเป็นต้องใช้ Leadership หรือ ภาวะผู้นำ ครับ อย่าเข้าใจผิดคิดว่า Management แก้ปัญหาได้ทุกอย่างนะครับ ผมเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ที่ บางหน่วยงานขาด Leadership แต่กลับ “อัด” หลักการ Management ใหม่ๆ เข้าไปแบบไม่ลืมหูลืมตา เรียกว่า “ให้ยาผิด” ไปโดยไม่รู้ตัวครับ

ท่านมีความเห็นในประเด็นนี้อย่างไร พูดคุยกันมาได้ครับ

5 Comments:

At Mon Jun 13, 11:03:00 PM, Anonymous Mam said...

ยังไงก็ตาม ในเรื่องที่เกี่ยวกับการจะบรรลุเป้าหมาย
ในระดับองค์กร ตัวชี้วัด (Measurement)น่าจะเป็น
เครื่องมือพื้นฐาน ในการชี้บ่งถึงระดับสถานะการดำเนินการ ณ ขณะนั้น ๆ แต่กับเรื่องบางเรื่อง เช่น การวัดระดับธรรมาภิบาล การชี้วัดระดับจริยธรรมขององค์กร ความโปร่งใส(Transparency)ขององค์กร กับเรื่องเหล่านี้การกำหนดเกณฑ์ชี้วัดค่อนข้างจะทำได้ยาก แต่ก็เห็นด้วย ว่า Leadership เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้องค์กรบรรลุสู่เป้าหมายได้

 
At Tue Jun 14, 04:02:00 AM, Blogger รุจเรขา said...

ไม่เกี่ยวกับประเด็นนี้หรอกค่ะ ..
แต่บังเอิญกำลังนั่งอ่านหนังสือ อุปนิสัยที่ 8 ของ Stephen R. Covey ที่คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย เป็นผู้เรียบเรียง หน้าที่ 89 พูดถึง intuition แต่แปลเอาไว้ว่าสัญชาตญาณ ก็เลยนึกถึงหนังสือ "ปัญญาญาณ" ของอาจารย์ และอีกแห่งในหน้าเดียวกันเขียนไว้ว่า

"สัญชาตญาณจะชี้ทางแก่สติปัญญาซึ่งกำลังทำหน้าที่คิดให้รู้ว่าควรมองที่ใดต่อไป" .. ดร. โจนัส ซอลค์ ผู้ค้นพบวัคซีนโปลิโอ

ก็เลยสงสัยว่า หมายถึงปัญญาญาณด้วยเหมือนกันหรือเปล่าคะ ?

เมื่อวานเห็นหนังสือของอาจารย์ที่ร้านซีเอ็ด พิมพ์ครั้งที่ 2 แล้วหรือคะ? ยินดีด้วยค่ะ หลังจากที่ได้ซื้อมาอ่านเองจนจบแล้ว ได้บริจาคเข้าห้องสมุดซึ่งตัวเองดูแลอยู่ เพื่อให้นักศึกษาได้อ่านกัน ..ป่านนี้ยังยืมและจองกันไม่เลิกเลยค่ะ ทั้งๆ ที่เป็นคณะวิทยาศาสตร์ .. ดีใจจัง

นานๆ แวะมาคุยด้วยค่ะ หวังว่าคงจำกันได้

 
At Tue Jun 14, 04:47:00 AM, Blogger Dr. Prapon said...

บางคนพูดถึง intuition ในลักษณะที่เป็น สัณชาตญาณ (instinct) ซึ่งท่าน osho ก็ได้พูดไว้ว่าสองอย่างนี้คล้ายกันมาก ฝาก inform คุณรุจเรขาว่าขณะนี้ปัญญาญาณกำลังพิมพ์ ครั้งที่สามแล้วครับ

 
At Wed Jun 15, 02:16:00 AM, Anonymous แนน said...

ขอแชร์ความคิดค่ะ
KPI ที่พูดกันนี่ เป็นรูปธรรมเพื่อยุติข้อถกเถียงขัดแย้ง ในความหลากหลายของพฤติกรรม(การทำงาน)มั้งคะ ส่วนความรู้สึก การวัดก็คงมาจากวามรู้สึก เช่นสวยงาม ดี พอใจ และไม่พอใจ วงกรอบของแต่ละบุคคล เช่นการประกวดนางงามยังต้องใช้ความรู้สึกของกรรมการ(ที่เราเชื่อว่าเป็นกลาง) เป็น KPI ใช่ไม๊คะ แตกต่างกันแค่ในเรื่องของรูปธรรมหรือนามธรรมเท่านั้นเอง

 
At Tue Mar 15, 08:33:00 PM, Blogger vcs said...

ใช่ครับ KPI มันใช้วัดไม่ได้หลายอย่างเลยครับ

 

Post a Comment

<< Home