Friday, June 24, 2005

HRM วัดเพื่อตีตรา HRD วัดเพื่อพัฒนา


HRM ย่อมาจาก Human Resource Management ส่วน HRD ย่อมาจาก Human Resource Development ครับ . . . ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มืออาชีพนะครับ . . . ที่ทำ ๆ ไปก็อาศัย “Common Sense” บวกกับ “หัวใจ” แห่งความปรารถนาดีที่มีต่อเพื่อนร่วมงาน เป็นหลักการสำคัญ

HRM สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากเราไม่สามารถ “Manage” เรื่องนี้ได้อย่างมี “ประสิทธิภาพ” แล้ว มันก็จะทำให้การดำเนินการต่างๆเป็นไปอย่างไม่มี “ประสิทธิผล” . . . ตัวอย่างเช่น หากการปรับเงินเดือนไม่สัมพันธ์กับ "ผลสัมฤทธิ์” ของงาน หรือ “Performance” ของผู้ปฏิบัติงาน . . . ในที่สุดองค์กรก็จะเสื่อมสมรรถนะลง (Low Performance) ผู้ปฏิบัติงานขาดความกระตือรือร้น . . . เกิดวัฒนธรรมที่ว่า “เมื่อปีที่แล้วเพิ่งได้ 2 ขั้น ปีนี้ผลัดเปลี่ยนให้คนอื่นบ้างก็แล้วกัน" . . . อะไร ๆ ในทำนองนี้

ตอนที่ผมเข้าไปรับผิดชอบหน่วยงาน ๆ หนึ่ง สิ่งที่ผมพยายามเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งแรกก็คือการจัดการระบบ HR ใหม่ (ผมไม่ได้ทำเองนะครับ มีที่ปรึกษาช่วย) ผมต้องการจะให้ระบบการปรับขึ้นเงินเดือนนั้นสัมพันธ์กับสมรรถนะการปฏิบัติงาน เรียกได้ว่ามีการสังคายนา “รื้อระบบการพิจารณาเงินเดือนใหม่” มีการออกแบบ “ระบบประเมิน” ออกแบบเครื่องมือสำหรับใช้ “ตรวจวัด” สมรรถนะการทำงานใหม่หมด ด้วยความต้องการที่จะให้การประเมิน และการปรับขึ้นเงินเดือนเป็นที่ยอมรับของคนในหน่วยงาน และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม

ในรอบหนึ่งปีได้มีการกำหนดให้ผู้ที่อยู่ในระดับหัวหน้าจะต้องทำการประเมิน “สมรรถนะ และผลการปฏิบัติงาน” ของผู้ที่อยู่ในสังกัด ฝ่ายบุคคล/HR จะต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลในตอนที่จะต้องเสนอการปรับขึ้นเงินเดือน เราใช้เวลาค่อนข้างมากไปกับการวัด การประเมิน การให้คะแนน และการเสนอตัวเลขเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ผมนึกอยู่เสมอว่าถ้าหากระบบดี มีความชัดเจน มีตัวชี้วัดที่ละเอียด และมีการประเมินที่เที่ยงธรรม ก็จะนำมาซึ่งการยอมรับของผู้ที่ถูกประเมิน แต่ในความเป็นจริง . . . หาได้เป็นเช่นนั้นไม่!! สัจธรรมที่ได้ก็คือ “ไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งใด จะเป็นที่พอใจแก่คนทุกคน” ไม่ว่าเราจะออกแบบระบบ (ตัวชี้วัด) และใช้เครื่องมือตรวจวัด (ประเมิน) อย่างละเอียดลออ ถี่ถ้วนเพียงใดก็ตาม

เมื่อถามใจตัวเองดู . . . ผมพบว่าที่ผมสนใจในเรื่อง HR นี้ คงเป็นเพราะความตระหนักที่ผมมีอยู่ในใจว่าไม่มีอะไรจะสำคัญและมีค่าไปยิ่งกว่า “ทรัพยากรมนุษย์” แต่ความรู้สึกของผมที่ “IN” กับเรื่อง HR นี้ ผมพบว่าคงไม่ใช้เรื่อง HR Management เพราะ Management ไปเน้นที่การวัด แต่ผมคงจะมีใจให้กับเรื่อง HR Development มากกว่า ถึงแม้ HRD จะต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่อง “การวัด” แต่ผมเห็นว่า “เป้าหมาย” ของการวัดใน HRM และ HRD นี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การวัดใน HRM เป็นการวัดแบบที่เราคุ้นเคย คือ วัดเพื่อดูว่า ผ่าน/ไม่ผ่าน เป็นการวัดเพื่อ ตัดเกรด (A B C D หรือ F) เป็น “การวัดเพื่อตีตรา” ในขณะที่การวัดของ HRD เป็น “การวัดเพื่อพัฒนา” วัดเพื่อให้รู้ว่าจะต้องพัฒนาด้านไหน (พัฒนาอะไร) และด้วยวิธีการใด (พัฒนาอย่างไร)

รูปแบบและวิธีการพัฒนาบุคลากรที่เราคุ้นเคยกันดี คงจะอยู่ใน Mode ที่เป็นการฝึกอบรมสัมมนา (Training Mode) เป็นส่วนใหญ่ เราอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับการพัฒนาในแบบ Learning Mode อย่างที่ สคส. (หน่วยงานต้นสังกัดของผม) ทำอยู่ในขณะนี้ สำหรับผู้ที่สนใจ ผมขอแนะนำให้เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Website ของ สคส. คือที่ www.kmi.or.th หรือหากต้องการจะอ่านบันทึกประสบการณ์ (Blog) เกี่ยวกับการจัดการความรู้ก็ให้เข้าไปดูได้ที่
http://gotoknow.org ครับ

ผมเชื่อว่าถ้าท่านได้ติดตามอ่าน Blog อย่างต่อเนื่องแล้ว พอถึงจุดๆหนึ่ง ท่านก็คงจะ “คันไม้คันมือ” อยากมี Blog เป็นของตัวเองบ้าง ซึ่งท่านก็สามารถสร้าง Blog ของท่านได้ใน “GotoKnow.Org” นี้ ถึงตอนนั้นท่านก็เท่ากับว่าได้เข้ากระบวนการ KM ไปแล้วโดยปริยาย เพราะท่านได้เริ่มแบ่งปัน Tacit Knowledge ของท่านให้กับเพื่อน ๆ และได้เรียนรู้จากผู้อื่นไปด้วยในเวลาเดียวกัน เมื่อถึงตอนนั้นหลายท่านอาจจะเป็นนัก HRD มืออาชีพไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ครับ

ใครที่เปิด Blog ของตัวเองแล้ว . . . อย่าลืมเอามา Post ไว้ใน Comment นี้ด้วยนะครับ . . . พวกเราจะได้แวะเข้าไปเยี่ยมเยียน

6 Comments:

At Thu Jun 23, 08:02:00 AM, Blogger Khaosampraya said...

คนเกิดมาทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นมนุษย์ที่แท้
คนสามารถพัฒนาเป็นมนุษย์ได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับตัวของเขาเอง
คนทุกคนมีคุณค่าและมีความหมายแต่จะมีกี่คนที่เห็นคุณค่าและความหมายของตนเองอย่างแท้จริง
การวัดระดับ หรือการจำแนกนั้น คงวัดด้วยสิ่งภายนอกได้ยาก แต่การวัดจากภายในก็ยากยิ่งกว่า
การพัฒนาจึงขึ้นอยู่กับการทำให้คนคนนั้นเกิด"ปัญญาญาน" ด้วยตัวเขาเอง เพื่อมุ่งพัฒนาความเป็นคนให้เป็นมนุษย์ที่แท้

 
At Thu Jun 23, 08:29:00 AM, Anonymous Mam said...

เท่าที่เห็นตอนนี้ในหลาย ๆ องค์กร หันมาใช้คำ HRD
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า มันฟังดูแล้วให้ความสำคัญกับ
บุคคลากรซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร มากกว่า
คำว่า การจัดการบุคคลากร (HRM.)
โดยส่วนตัวแล้วมองว่า HRM.เป็นเรื่องของ HR Function แต่ HRD.เป็นมากกว่าแค่ Function
ทั่วไปของ HR. ดิฉันมองว่ามันเป็นเรื่องของการพัฒนา
บุคคลากร การสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลากร
ตอนนี้ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นค่ะ HRD.ของเขาจะมีหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่ Trainingเท่านั้นค่ะ แต่จะมี
รูปแบบอื่น ๆ อีก เช่น coaching ,Project Team Learning, Remote Learning , On-Line Problem Solving, ฯลฯ สาระพัดสาระเพเลยค่ะ บางองค์กรก็ก้าวหน้าไปมากในเรื่องของ
การบริหารจัดการองค์ความรู้ในองค์กร เพื่อการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของบุคคลากร
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงระบบ HRD จะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่หากตัวบุคคลากรเองขาดความกระตือรือล้น ไม่ใฝ่รู้ ไม่สนใจในเรื่องของการพัฒนาตนเอง ก็จบเหมือนกัน

 
At Thu Jun 23, 11:26:00 PM, Anonymous Anonymous said...

คนเปรียบเหมือนบัวมี 4 เหล่า ดังนั้นบางคนจึงต้องตีตรา บางคนต้องพัฒนา บางคนสามารถพัฒนาด้วยตัวเองได้ แต่ก็มีบางคนที่ต้อง Let He Go.

 
At Sat Jul 02, 09:33:00 PM, Anonymous จิรัชฌา said...

ดิฉันมองว่า HRM เป็นศาสตร์ (เชิงกระบวนการ)ในขณะที่ HRD เป็นศิลปะการทำงานในเชิงพัฒนา ผู้ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวควรเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และที่สำคัญอย่างที่ อ.ประพนธ์ กล่าวไว้คือ
"การมีจิตใจที่ปรารถนาดี และอยากเห็นการเจริญเติบโตของคนเหล่านั้นค่ะ"

 
At Mon Oct 12, 07:54:00 AM, Blogger อุ said...

อ.อุไรวรรณ อยู่ชา สอนหลักสูตร HRD มืออาชีพ
ได้เยี่ยมมากค่ะ อาจารย์มีประสบการณ์ตรงในการ
เป็น HRD ของ SCG เครือซิเมนต์ไทย ทำให้
ถ่ายทอดได้เข้าใจง่าย มีตัวอย่างที่ชัดเจน เราเชิญ
อาจารย์มาสอนให้ทีม HRD ของบริษัทและบริษัท
ในกลุ่ม จำนวน 32 คน ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกัน
ว่า โชดดีมาก ที่มีโอกาสเจอกับวิทยากรที่เป็น
มืออาชีพตัวจริง เสียงจริงซะที เพราะ อาจารย์แม่น
ทั้งที่มาของทฤษฏีและระบบต่าง ๆ มีวิธีการการนำ
มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับองค์กรและใช้ได้จริง
ซึ่งที่ผ่านมาเราเจอแต่วิทยากรที่เก่งทฤษฏี แต่ไม่เคย
เป็น HRD ในองค์กรที่เคยทำระบบต่าง ๆ มาก่อน
การอบรม 2 วันในหลักสูตร HRD มืออาชีพ ทำให้
พวกเราได้รู้ลึก รู้จริงและลงมือฝึกปฏิบัติกันจริง ๆ
สะท้อนให้เห็นว่า เราต้องพัฒนาตัวเองเรื่องอะไรอีก
อาจารย์น่ารักมาก ทั้งจูงใจ ให้กำลังใจ และสร้างแรง
บันดาลใจ ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเป็นมืออาชีพกันให้ได้
เราขอแนะนำเพื่อน HRD ค่ะ ถ้าจะจัดอบรมหลักสูตร
ด้าน HRD ต้อง อ.อุไรวรรณ อยู่ชา ค่ะ (ตอนนี้
เราจองอาจารย์มาสอนหลักสูตร Coaching ต่อ
เพราะเพื่อนที่ ปตท.บอกว่า อาจารย์สอนหลักสูตร
Coaching and Feedback ได้เก่งมากเช่นกัน)

 
At Fri Feb 18, 09:10:00 PM, Blogger อุ said...

อ.อุไรวรรณ อยู่ชา เป็นมืออาชีพด้าน HRD ตัวจริง ผมเคยไปเข้าอบรมกับอาจารย์ ท่านเน้นให้คนทำงาน HRD ต้องรู้ลึกรู้จริงก่อน และต้องมีทักษะในการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในองค์กรให้เหมาะสม ไม่ใช่ยกตำรามาเปิดใช้ ดังนั้นต้องรู้จักวัฒนธรรมองค์กร คนในองค์กร ดังนั้น คน HRD
จึงจำเป็นต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป ในการพัฒนาคนในองค์กรให้มีความสามารถสอดคล้องกับทิศทางขององค์กรครับ

 

Post a Comment

<< Home