Monday, July 11, 2005

ประสบการณ์ของคนดื้อ

เช้าวันนี้ผมได้ไปทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับหลักสูตร นักบริหารแรงงาน ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีผู้เข้าฟังทั้งสิ้น 40 ท่าน ส่วนใหญ่เป็นนักบริหารแรงงานที่ประจำอยู่ในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ผมได้พยายามเน้นให้เห็นว่าความรู้ที่มีอยู่ในตัวนักบริหารแรงงานแต่ละท่านนั้น เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ถ้าสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้วล่ะก็ จะทำให้ผู้บริหารทั้งหลายได้เรียนรู้เพิ่มพูนศักยภาพขึ้นอย่างมากมายภายในเวลาอันสั้น ได้ความรู้ที่นำมาสู่การแก้ปัญหา หรือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผล

แต่แล้วช่วงระหว่างเวลาพัก ผมก็เริ่มได้ยินหลายคนพูด (บ่น) ว่าเรื่องทำนองนี้คงไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ในหน่วยงานของเขา ถึงตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมหัวหน้าของผม (ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช) จึงมักเตือนผมอยู่เสมอ (ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม) ว่าไม่น่าจะรับบรรยายหรือรับเป็นวิทยากร เพราะจากประสบการณ์ของท่าน ท่านคิดว่าการบรรยายส่วนใหญ่ไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่อง KM นี้ได้ ตัวผมเองค่อนข้างเชื่อเรื่องพลังของใจ ผมคิดว่าจะด้วยประการใดก็ตาม ถ้าทำให้คน “ฉุกคิด” ขึ้นมาได้ “มีใจ” ต้องการจะทำ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็จะสามารถทำสิ่งๆนั้นได้ ผมมองการบรรยายว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่จะจุดประกาย สร้างพลังใจ ทำให้เกิดฉันทะ สร้างพละกำลังให้กล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ

เสียงสะท้อนที่ได้รับมาในวันนี้ . . . ทำให้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ หรือวิธีการสื่อสารเสียใหม่ บางทีการบรรยายอาจจะไม่ได้ผลดังที่ท่านอาจารย์วิจารณ์เตือนไว้ก็ได้ . . . ใครมีอะไรจะแนะนำ เชิญเลยครับ . . .

3 Comments:

At Wed Jul 13, 01:20:00 AM, Blogger polawat phetra said...

ตัดมาจากคำพูดของคนอื่นครับ
มาจากคนละวงการด้วยครับ
เป็นงาน training ทางด้าน IT
ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปธรรมจับต้องได้ง่าย
กว่าด้าน km
แต่คิดว่ามีบางส่วนที่น่า apply ได้

----------------------
Listening is passive. It is the lowest, least-efficient, least-effective form of learning. That means lectures are the lowest, least-efficient, least-effective form of learning. Listening alone requires very little brain effort on the learner's part (and that goes for reading lecture-like texts as well), so listening to learn is often like watching someone lift weights in order to get in shape.
----------------------

 
At Tue Jul 19, 12:34:00 AM, Anonymous มาลินี ธนารุณ said...

ดิฉันมีทักษะในการเรียนรู้จากการฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่มีความสามารถในการถ่ายทอดทางคำพูด ดิฉันไม่อยากเป็นเด็กดื้อหรอกนะค่ะ แต่ดิฉันมีความคิดเห็นว่า แม้การฟังจะไม่ก่อให้เกิดผลในทันทีทันใด เพราะยังไม่ได้ปฏิบัติ แต่มันก็ช่วยให้เกิดความคิดเห็นที่ถูกที่ควรได้ และก่อให้เกิดแรงบันดาลใจก่อนที่จะลงมือปฏิบัติได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น ขอให้กำลังใจแก่อาจารย์ ขอให้อาจารย์พูดต่อไป ขอให้บรรยายต่อไปเรื่อยๆ เพราะคนที่สามารถพูดเรื่องยากๆ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ และเป็นเรื่องพูดที่สร้างสรรค์ หาไม่ได้ง่ายๆ นะค่ะ

 
At Mon Jul 25, 02:48:00 AM, Anonymous Anonymous said...

อาจารย์คะ ดิฉันก็เหนื่อยที่จะพูดเหมือนกัน แต่ต้องทำเพราะรู้ว่าตัวเองสามารถเติมพลังให้คนที่อ่อนล้าในการทำงานมาเป็นเวลานานได้ อาจารย์มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการพูดทำให้เรื่องที่เข้าใจยากเป็นเรื่องง่ายได้ ที่สำคัญ อาจารย์ "พูดด้วยใจ" ทำให้ผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดี และอาจารย์เข้าใจผู้ฟังได้เร็ว อยากให้อาจารย์ทำต่อนะคะ ดิฉันเชื่อใน "วิธีคิด" ของอาจารย์ ซักพักอาจารย์ก็มี "วิธีการ" ใหม่ๆ ในการบรรยายโดยไม่บรยายอีกแหละค่ะ
จิรัชฌา

 

Post a Comment

<< Home