Tuesday, July 12, 2005

คำสอนอาจารย์เซน

เมื่อวานหลังจากที่ผมเสร็จสิ้นการบรรยายเรื่อง KM ให้กับนักบริหารแรงงาน ผมได้มีโอกาสฟังวิทยากรช่วงบ่าย ท่านมีสไตล์การบรรยายที่ต้องบอกว่า “ไม่ธรรมดา” เพราะลีลาน้ำเสียงของท่านนั้น “เหนือชั้น” จริงๆครับ ท่านผู้นี้คือ ดร.โสภณ ภูเก้าล้วน ช่วงเริ่มต้นการบรรยายท่านได้กล่าวถึงหลักการสำคัญของเซนที่ว่า “จงเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยกำลังของคู่ต่อสู้ อย่าโหมเอากำลังเข้าแลก เพราะชัยชนะที่ต้องสูญเสียกำลังจากภายในไปโดยสิ้นเชิงนั้น มันคือชัยชนะของผู้ที่กำลังรอการพ่ายแพ้” ผมฟังแล้วก็เกิด “ปิ๊ง” ขึ้นมาทันที ผมว่านี่คือวิทยายุทธ์ที่ล้ำเลิศสุดๆครับ

นอกจากนั้นท่านยังบอกอีกด้วยว่าอาจารย์เซนนั้นมักจะไม่สอนด้วยการบรรยาย แต่จะสอนด้วยการกระทำ ซึ่งทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ตอนที่ผมไปทำสัมมนาให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง โดยบินไปทำสัมมนากันที่ภูเก็ต (ร่วมรายการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ต) เรื่องหนึ่งที่ผมเน้นในการสัมมนาก็คือคำว่า “ประสิทธิผล” ผมพยายามยกตัวอย่างให้เห็นว่าพวกเรามักจะเคยชินอยู่กับเรื่อง “ประสิทธิภาพ” คือห่วงแต่เรื่องต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) เรื่องการสูญเสีย (Waste) และเรื่องรอบเวลา (Cycle Time) เรียกได้ว่าเรื่องประสิทธิภาพนี้ฝังอยู่ในใจของทุกคน แต่เรื่องประสิทธิผลกลับกลายเป็นเรื่องที่เรามักไม่ค่อยได้สนใจ ทั้งๆที่ประสิทธิผลนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ

ผมยังได้สาธยายต่อไปว่า ประสิทธิผลเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายและทิศทาง ถ้าเราทำๆไปแต่มันไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งที่เราทำไปก็ไร้ซึ่งประสิทธิผล เป้าหมายและทิศทางจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราจะต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอว่าเรามาถูกทางหรือไม่ มิฉะนั้นแล้วสิ่งที่เราทำก็อาจจะสูญเปล่า

. . . ตอนที่คณะเราจะขึ้นเครื่องบินกลับมากรุงเทพฯ พอหัวหน้าคณะแจกตั๋วขึ้นเครื่องบิน (Boarding Pass) เรียบร้อย ทุกคนก็รีบเดินมุ่งไปยังประตู (Gate) ผู้โดยสารขาออก ผมเองเดินนำหน้าเพราะผมได้รับตั๋วมาเป็นคนแรกๆ พอเดินไปใกล้บันไดเลื่อน ด้วยความเคยชิน (เพราะสนามบินหลายๆที่ ส่วนผู้โดยสารขาออกมักจะอยู่ชั้นบน เช่น ที่กรุงเทพ ที่หาดใหญ่ หรือที่พิษณุโลก เป็นต้น) ผมก็ก้าวขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อจะไปยังชั้นบน ผู้คนในคณะที่เดินตามผมมาติดๆ ก็ก้าวขึ้นบันไดเลื่อนตามผมมา (ประมาณสิบกว่าคน) ถึงตอนนั้นเริ่มมีบางคนเอะใจว่าประตูทางออกไม่ได้อยู่ที่ชั้นบน บางคนก็ตะโกนบอกคนข้างล่างว่าไม่ต้องตามขึ้นมา . . . วันนั้นพวกที่ตามผมขึ้นมาชั้นบนต้องเดินกลับลงมาข้างล่าง เพราะผมหลงทิศทางครับ เรียกได้ว่าเป็นการสอนเรื่องประสิทธิผลแบบอาจารย์เซนโดยที่ผมเองก็ไม่ได้วางแผนมาก่อนครับ

3 Comments:

At Tue Jul 12, 07:54:00 AM, Anonymous Mam said...

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหน ก็ย้ำอยู่แต่เรื่อง
ประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน(Cost Efficiency) ประสิทธิภาพการทำงาน(Work Efficiency) ฯลฯ วัน ๆ ได้ยิน
แต่คำว่า ประสิทธิภาพ ผู้บริหารทุกคนเวลาจะสั่งงานสั่งการก็ไม่เคยลืมที่จะย้ำ ในเรื่องของการทำงานให้มีประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ๆ
แต่น้อยรายที่จะย้ำในเรื่องของประสิทธิผล หลายคนไม่กล้าที่จะพูดคำว่า ประสิทธิผล เพราะมันฟังดูแล้วอลังการ ฟังดูเป็นเรื่องระดับแม็คโคร แต่จริง ๆ แล้ว ก็เห็นด้วยนะคะ ว่าประสิทธิผล เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะทำอะไร ทำดีมีประสิทธิภาพสูง สุดท้ายหากอุตส่าห์ทำแล้ว ไร้ซึ่งประสิทธิผล ก็คือความสูญเสียนั่นเอง
การจะให้เกิดประสิทธิผลได้ คิดว่า คงต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างความตระหนักในเป้าหมายของภาระกิจที่ต้องการจะบรรลุ ผู้บริหารหลายคนสั่งการลูกน้องซะดิบดี แต่ลืมเน้นย้ำถึงเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ลูกน้องก็อุตส่าห์ทำมาอย่างที่คิดว่า ทำให้อย่างดี สุดท้ายไม่ตรงกับเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่นายต้องการ ก็จะทำให้เสียเวลา และเสียความรู้สึกกันไปทั้งสองฝ่าย

 
At Tue Jul 12, 07:45:00 PM, Blogger Warin Sinsoongsud said...

อาจารย์ประพนธ์ครับ
กำลังหาหนังสือ เซนในศิลปะการต่อสู้ ที่เคยพิมพ์มาหลายครั้งแล้ว ส่งมาให้อ่าน คงมีอะไรดีๆ จากหนังสือเล่มนี้บ้าง
นับถือ วารินทร์

 
At Thu Aug 18, 09:28:00 PM, Anonymous น้องทิง said...

เรียนอาจารย์ประพนธ์ด้วยความเคารพครับ
หลักพื้นฐานของวิชาบริหารจัดการ ได้ระบุคำว่า "ประสิทธิภาพ" หรือ "Quality" กับ "ประสิทธิผล" หรือ "Efficiency" อย่างแยกเสร็จเด็ดขาด คือ Efficiency นั้นมีลักษณะเฉียบขาดและได้ผลแน่นอนแต่ใช่ว่าจะตรงตาม "วัตถุประสงค์"
ส่วน Quality นั้นมีลักษณะคือสามารถไปใช้ได้ และตรงตามวัตถุประสงค์

Efficiency และ Quality ไม่จำเป็นจะต้องมาด้วยกันเช่น
อาจารย์มอบหมายให้นิสิตไปทำรายงานเรื่องรากของต้นไม้ แต่ปรากฏว่ารายงานของนิสิตกลับอธิบายเรื่องดินได้อย่างสุดยอด! และกล่าวถึงเรื่องรากไม้น้อยมาก นี่กล่าวได้ว่า รายงานเล่มนี้เปี่ยมไปด้วย Efficiency แต่ยังขาด Quality อยู่
ดังนั้นการบริหารจัดการที่ดี ผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญทั้ง Quality และ Efficiency ควบคู่กันไปครับ
ผมไม่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ ผมเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์ต้องการสื่อ เพียงแต่อยากเสนอให้อาจารย์ใช้สองคำนี้ตามความหมาย "สากล" ของมันเท่านั้นเองน่ะครับ เพราะจะเป็นประโยชน์ในการบูรณาองค์ความรู้ต่อไปดีกว่าน่ะครับ
...เป็นกำลังใจให้อาจารย์ต่อไปนะครับ...สวัสดีครับ

 

Post a Comment

<< Home