Friday, August 05, 2005

สุขใจ ในสิ่งที่มี

เช้าวันนี้ ตอนที่ผมไปบรรยายเรื่องการจัดการความรู้ ในการประชุมวิชาการกรมการแพทย์ ประจำปี 2548 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถีนั้น ห้องที่ใช้บรรยายเป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่ กะด้วยสายตาคิดว่าคงจะเตรียมเก้าอี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 500 ตัว ตอนที่เริ่มต้นการบรรยายผมประมาณ (ด้วยสายตาอีกเช่นกัน) ว่าน่าจะมีคนนั่งอยู่สัก 200 คน (คือมีนั่งอยู่ไม่ถึงครึ่ง . . . ได้ทราบในภายหลังว่าการประชุมครั้งนี้มีการสัมมนาหลายห้องทำคู่ขนานกันไป แต่ที่ต้องเตรียมเก้าอี้ในห้องนี้ไว้จำนวนมาก ก็เพราะว่าช่วงบ่ายนี้ทุกห้องจะยุบมารวมกันอยู่ที่ห้องนี้เพียงห้องเดียว)

ผมเริ่มบรรยายโดยกล่าวถึง ธรรมชาติของจิตมนุษย์ ว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแปลก แทนที่ผมจะมองไปแล้วเห็นผู้ที่นั่งกันอยู่หน้าสลอน ดันกลับมองเห็นแต่เก้าอี้ที่ว่างไม่มีคนนั่งเต็มไปหมด มันเป็นภาพที่ทำให้จิตใจหดหู่ ... อุทาหรณ์สอนใจในเรื่องนี้ก็คือ “คนเราแทนที่จะมีความสุข แทนที่จะ Appreciate ในสิ่งที่ตนมีอยู่ กลับรู้สึกหดหู่ รู้สึกกระวนกระวายใจในสิ่งที่ตนยังไม่มี ในสิ่งที่ยังขาดอยู่" ชีวิตคนเรานั้นถ้าสามารถเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าเราได้ แค่นี้ก็ “สุขหลาย” แล้วล่ะครับ . .
..

3 Comments:

At Mon Aug 08, 04:41:00 AM, Anonymous Anonymous said...

ผล คือ ความหดหู่ เหตุ คือ อะไรครับ หมายถึงตัวบริบทของความเคยมีในอดีตหรือเปล่าครับ

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าสุขใจ ในสิ่งที่มี (แต่ต่อไป ก็ต้องไม่มี กฏของไตรลักษณ์ควบคุมเราอีก) ทุกข์ของคนเคยมีจึงมี

ทุกข์ของการมีตัวตน คือ ติดกับสมมติ

 
At Thu Aug 11, 09:50:00 AM, Anonymous ใบเตย said...

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะว่า ควรจะสุขใจในสิ่งที่มี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทำได้ยากนะคะ เรามักจะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เหนือกว่าเราอยู่เสมอ ซึ่งก็เกิดทุกข์อีก บางครั้งความพอใจในสิ่งที่ตนมี จะหมายถึงความไม่พยายาม หรือ ทะเยอทะยานหรือป่าวคะ?

 
At Mon Aug 15, 12:01:00 AM, Blogger Dr. Prapon said...

ผมเคยอ่านหนังสือที่เป็นคำเทศน์ของท่านพระธรรมปิฎก ท่านพูดถึงเรื่อง "ความอยาก" ไว้สรุปได้ว่า ชาวพุทธมักเข้าใจผิดคิดว่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ทั้งๆที่ความจริงแล้ว วิถีพุทธนั้นไม่เห็นด้วยกับเรื่อง "ความอยาก" ที่เป็น "บริโภคนิยม" คือความอยากมีอยากได้ในสิ่งต่างๆอย่างไม่รู้จบ ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องของ "กิเลสตัณหา" แต่ท่านก็ได้เน้นย้ำว่า "ความอยาก" บางอย่าง เช่น อยากสร้างควมดี อยากช่วยเหลือผู้คน ความปรารถนาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ตรงกับคำว่า "ฉันทะ" ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวส่งเสริมไว้ในเรื่อง "อิทธิบาทสี่" ความอยากแบบนี้เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นเยอะๆครับ ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า "Passion" ในภาษาอังกฤษ คำว่า Passion นั้นก็เช่นกัน ต้องใช้ด้วยความระวัง เพราะมีความหมายทั้งในเชิงบวก และในเชิงลบครับ

 

Post a Comment

<< Home