Wednesday, September 14, 2005

“หยุด” เพราะกำลังแปล “หลุด”

ช่วงนี้ที่ไม่ค่อยได้เขียน blog เพราะกำลังลุยงานแปลหนังสือของ Osho เล่มที่ 2 อยู่ครับ เล่มนี้มีชื่อว่า Freedom คุณแอนน์-ชุติมา อินทรประเสริฐ ที่สคส. ช่วยตั้งชื่อภาษาไทยให้ว่า “หลุด” ส่วนคำถามที่ว่า “หลุดจากอะไร” หรือ “หลุดเพื่ออะไร” นั้น คงต้องติดตามต่อไปนะครับ วันนี้ผมนำ “บางส่วน” ของคำนำมาลงไว้เป็นการเรียกน้ำย่อยครับ . . .


“ตอนที่ผมแปลหนังสือ Intuition: ปัญญาญาณ ของ Osho เสร็จใหม่ๆ ผมเคยคิดไว้ว่า .... นี่คงจะเป็นการแปลงานของ Osho “เล่มแรกและเล่มสุดท้าย” .... ที่ผมคิดเช่นนั้น .... เพราะประทับใจในผลงานชิ้นนั้นของ Osho อย่างสุดๆ .... จนคิดไปเองว่า .... ไม่น่าจะมีเล่มใดไหนอื่นที่จะ “กินใจ” ได้ดีเท่ากับเล่มนี้อีกแล้ว .... แต่ผมก็คิดผิดถนัด เพราะงานของ Osho ในเล่มที่ชื่อว่า “Freedom” นี้ .... มีความคมชัดไม่แพ้กันกับ Intuition เลย .... สามารถให้มุมมองที่กว้างขวางกว่าเดิมอีกด้วย คือไม่ได้เน้นแต่ที่ระดับปัจเจก แต่ยังได้อธิบายขยายความไปถึง ระดับครอบครัว ชุมชน และสังคมอีกด้วย ซึ่งค่อนข้างจะตรงกับสถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเรา

ต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นการนำคำบรรยายของ Osho ที่กล่าวไว้ในโอกาสต่างๆ มาร้อยเรียงไว้เป็นอย่างดี มีการอารัมภบทเพื่อเกริ่นนำให้ทราบถึงมิติต่างๆ ของสิ่งที่เรียกว่า “อิสรภาพ” หลังจากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง มุ่งตรงไปยังส่วนที่เป็น “สมุทัย” หรือสาเหตุของการไร้ซึ่งอิสรภาพทันที แล้วตามด้วยการชี้ถึงสิ่งที่เป็น “มรรค” หรือเส้นทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพไว้อย่างชัดเจน ในส่วนสุดท้ายยังได้พูดถึง “สิ่งที่ขวางกั้น” (อุปสรรค) และ “ขั้นบันได” (โอกาส) ไว้ในรูปแบบของการ ถาม – ตอบ ที่ง่ายต่อการเข้าใจ เป็นการให้คำตอบที่ “ตรงประเด็น” และ “สะใจ” ยิ่ง ตามสไตล์ของ Osho

Osho ได้ย้ำแล้วย้ำอีกว่าท่านกำลังสอนให้คน “ทวนกระแส” และท่านไม่เคยเห็นด้วยกับ “การปฏิวัติ” ในทุกรูปแบบ เพราะการปฏิวัติเป็น “การต่อต้าน” เป็น “การโค่นล้ม” เป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่อยู่ “นอกตัว” ในขณะที่การทวนกระแสนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อยู่ “ภายใน” ประเด็นหลายๆประเด็นที่ท่านกล่าวถึง หากอ่านอย่าง “ผิวเผิน” อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ ตัวอย่างเช่น ตอนที่ท่านพูดเรื่อง “การสูญสิ้นของศาสนา” สำหรับผู้ที่มีวิธีคิดเชิงปฏิวัติก็อาจจะเข้าใจว่าเป็นการล้มล้าง หรือต่อต้านศาสนา แต่ถ้าเราอ่านด้วยความ “ตื่นรู้” เราจะเข้าใจว่า Osho นั้นหมายถึง “ความเข้าใจในศาสนาอย่างที่สุด” ซึ่งก็คือสภาวะที่เราสามารถเชื่อมต่อกับสรรพสิ่งได้ เป็นสภาวะที่เราได้หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า หากเราเข้าถึงสภาวะนั้น ศาสนาหรือพระเจ้าตามที่เราเข้าใจกัน ก็เป็นแค่เพียง “สมมติบัญญัติ” ที่เราใช้เพื่อสื่อสารกันเท่านั้น

ในปัจจุบันเวลาที่เราพูดถึงเรื่องอิสรภาพ คนมักจะเข้าใจผิดคิดว่าอิสรภาพหมายถึงการที่เราจะทำอะไรๆก็ได้ตามใจชอบ .... ผมเคยได้มีโอกาสร่วมงานกับหน่วยงานที่ทำงานด้านสังคมอยู่บ้าง คนในหน่วยงานเหล่านี้มักจะเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญในเรื่องจิตวิญญาณและการมีอิสระเสรี บางครั้งที่ผมเข้าไปทำหน้าที่เป็นวิทยากร ผมได้สังเกตเห็นว่าคนหลายคนมักไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องการตรงต่อเวลา ค่อนข้างจะอ่อนในเรื่องวินัย.... ผมคิดว่าพวกเขาคงจะเข้าใจผิด คิดว่าอิสรภาพก็คือพวกเขาจะมาตอนไหนก็ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ Osho ได้พูดไว้ดีมากว่า “อิสรภาพนั้นจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ” เสมอ ...”


อิสรภาพจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ Freedom and Responsibility ...น่าคิดนะครับ ลอง comment กันมาบ้าง ...แล้วผมจะค่อยๆทยอยเอาเนื้อหามาลงครับ

3 Comments:

At Sat Sep 17, 12:07:00 AM, Anonymous boonpitak said...

อิสระ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกถึงความปลอดโปร่ง เบา คล้ายกับการ "ว่าง" (เพราะได้วาง) แต่ถ้าได้ควบคู่ไปกับ ความรับผิดชอบ แล้วรู้สึกได้ถึงการก้าวเดินอย่างมีสติ

ดังนั้น ความรับผิดชอบและมีสติไตร่ตรอง น่าจะเป็นการ "หลุด" ที่ไม่ "ฉุด" ให้หลงทาง

 
At Tue Sep 20, 04:53:00 AM, Anonymous น้องทิง said...

ไม่เห็นจะต้องตีความกันเลยครับอาจารย์??! ชื่อมันก็บอกว่า "รับ" "ผิด" "ชอบ" ก็คือ ไม่ว่าจะ "ผิด" หรือจะ "ชอบ" ก็ "รับ" ได้หมดโดยที่ไม่เอาความคิดของเราไป "ตีค่า" และ "สร้างปัญหา" ทำอะไรมันก็เป็นสุข เพราะ "ไม่หวังผลตอบแทน" เราก็เป็นอิสระไปเองโดยปริยาย (ก็เล่นรับผลที่จะผิดหรือจะชอบได้หมดเลยนี่นา 55 ขำๆ ครับอาจารย์)

 
At Wed Sep 21, 01:17:00 AM, Blogger Dr. Prapon said...

คุณ "น้องทิง" ครับ ...ขอบคุณมากครับสำหรับการเล่นคำว่า "รับ-ผิด-ชอบ" ขออนุญาตเอาบางส่วนไปใช้เป็น "คำโปรย" ที่ปกหน้าของหนังสือนะครับ ...ประทับใจมากครับ ...คิดได้ไงเนี้ย..ประพนธ์

 

Post a Comment

<< Home