Tuesday, September 20, 2005

จะทำอย่างไรกับใจที่ไม่จดจ่อ


ในปัจจุบันมีสิ่งต่างๆที่ทำให้เราไขว้เขวหรือเบี่ยงเบนความสนใจไปจากเรื่องที่เรากำลังทำอยู่นี้ได้ง่ายมากครับ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “distraction” ตัวอย่างเช่น ผมกำลังตั้งใจเขียนบทความอยู่ ปรากฏว่ามีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมก็เลยเบนความสนใจไปพูดโทรศัพท์ กว่าจะกลับมาทำงานเดิมได้ ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการจูนคลื่นความคิดเพื่อให้สามารถ “ต่อติด” กับความคิดเดิม ยิ่งโลกเรามีการพัฒนาทางเทคโนโลยีมากขึ้นเท่าใด โอกาสที่เราจะถูก “distraction” ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากเราจะถูกทำให้ “ว้อกแว้ก” หรือถูก “distract” จาก “ปัจจัยภายนอก” แล้ว “ปัจจัยภายใน” หรือ “ใจ” ของเราก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เราทำงานอย่างไม่ต่อเนื่อง หรือไม่มีสมาธิด้วยเช่นกัน ตามหลัก “อิทธิบาทสี่” เรียกส่วนนี้ว่าเป็น “จิตตะ” ซึ่งหมายถึงจิตที่จดจ่ออยู่งาน เป็นการที่เรา “โฟกัส (focus)” อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าทำได้ก็จะ "มีพลัง" อย่างยิ่งครับ

ท่านเคยสังเกตบ้างว่า ...บางครั้งทั้งๆที่เรากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ แต่ใจเรากลับไปคิดเรื่องอื่น หันไปทำอย่างอื่น แทนที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำนั้น ...หากเป็นเอามากๆ ก็อาจเข้าข่าย “สมาธิสั้น” ได้ ...เรื่องนี้อย่าเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเฉพาะแต่ในเด็กเท่านั้น ... ผู้ใหญ่ก็เป็นกันมากครับ ... ใครมีข้อแนะนำหรือวิธีแก้ไขสำหรับผู้ใหญ่ที่ "สมาธิสั้น" ก็แนะนำกันมาได้ในช่อง Comment ครับ

2 Comments:

At Wed Sep 21, 05:59:00 AM, Anonymous น้องทิง said...

สมาธิสั้นอ๊ะป่าวคงอยู่กับสิ่งที่ทำด้วยอ่าครับ หากทำในสิ่งที่ตนถนัดและชอบมันก็ "โต้รุ่ง" เอาดื้อๆ อ่าครับ ส่วนเด็กๆ ที่ "สมาธิสั้น" คงเพราะถูก "บีบ" ให้เขาเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่ "ศักยภาพแฝง" ของเขามั้งครับ?
บางที "ความคิด" บอกว่า "ใช่" แต่ร่างกายบอก "ไม่เอา" เกิดความขัดแย้งกัน มันก็อาจจะจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้ไม่เต็มที่น่ะครับ อันนี้ผมเดาเอานะครับ?

 
At Thu Sep 22, 05:49:00 AM, Blogger Faci said...

เมื่อก่อนเคยมีอาการอย่างที่อาจารย์บอก เนื่องมีงานมากทำไม่ทัน ทำให้ใจว้าวุ่นกังวลสูง ผลของงานก็ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร พอดีได้เรียนรู้ในการทำสมาธิของรศ.ดร.พิมพ์จรัส อยู่สวัสดิ์ ที่ใช้สอนผู้ป่วยที่มีความกังวล ความเครียดสูง (แต่อาจารย์สอนนิสิตให้ไปสอนผู้ป่วยนะค่ะ) พอดีได้ใช้กับผู้ป่วยที่ทำวิจัย พบว่าสามารถลดความวิตกกังวล ความเครียดได้ชัดเจน จึงนำมาใช้กับตัวเองก่อนนอนทุกคืนก่อนนอน ก็รู้สึกว่าอาการนั้นจะหายไปร่วมกับการบริหารเวลา การจัดลำดับของงานที่ต้องเสร็จก่อน-หลัง ดีขึ้นค่ะ จะเกิดอาการปล่อยวางขึ้นมาก ทุกอย่างเป็นDynamic แต่งานเสร็จนะค่ะ

มลฤดี โภคศิริ

 

Post a Comment

<< Home