Sunday, September 25, 2005

พัฒนาชีวิตครู พัฒนาบางปู

เสาร์ – อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปร่วม Workshop โครงการพัฒนาชีวิตครู ซึ่งจัดขึ้นที่ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

BangPu 014


ก่อนที่จะพูดถึงตัวโครงการ และ Workshop ที่ทีม สคส. เข้าไปช่วยเป็นวิทยากรดำเนินการให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้ “เครื่องมือ” ที่มีชื่อว่า KM นั้น ผมขอเล่าถึง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ก่อนนะครับ ....

ผมลองจับระยะทางจากบ้านผมถึงสถานที่ที่ใช้ทำ Workshop คิดเป็นระยะทางได้ห้าสิบกิโล(เมตร) พอดิบ พอดี .... ผมเองไม่ได้ใช้เส้นทางทางนี้ (ถนนสุขุมวิท) มาหลายปีแล้ว เคยมาทางนี้บ้างก็ตอนที่พาเพื่อนชาวต่างประเทศมาเที่ยวฟาร์มจรเข้ และเมืองโบราณ นั่นแหละครับ แต่ในครั้งนั้นคงจะมัวแต่รับรองแขกจึงไม่ได้สังเกตสิ่งต่างๆที่อยู่ข้างทาง

ผมขึ้นทางด่วนที่ดินแดง มาลงที่บางนา เลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิท มุ่งหน้ามาทางจังหวัดสมุทรปราการ ผ่านโรงเรียนนายเรือ พอถึงหอนาฬิกา ก็เลี้ยวซ้ายมุ่งไปทางจังหวัดชลบุรี ...จริงๆ แล้ว เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่ผมคุ้นเคยมาก แต่คงจะเป็นช่วงสามสิบสี่สิบปีที่แล้ว ในสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก นั่งรถจากจังหวัดตราดเข้ามากรุงเทพก็ต้องใช้เส้นทางสายนี้ จำได้ว่ารถ บขส. มักจะจอดพักที่บางปู และจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ตรงแยกสมุทรปราการนานพอสมควร ผู้โดยสารมักจะซื้อของต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ขึ้นชื่อของที่นั่นก็คือ “ขนมจาก” จำได้ว่ามีชื่อยี่ห้อขนมจากที่ดังของจังหวัดสมุทรปราการอยู่ตรงนั้นด้วย

....ตามประสาเด็ก ผมชอบมองออกไปนอกหน้าต่าง(รถ) อยู่เสมอ และภาพที่ประทับตาและตรึงใจผมมาโดยตลอด โดยที่ผมไม่รู้ตัวก็คือภาพของคลองที่อยู่ริมทาง ที่ค่อนข้างจะเป็นธรรมชาติมากๆ ....น้ำใสสะอาด และมีบรรยากาศที่เป็นชนบท .... เห็นสะพานไม้พาดข้ามคลอง .... เห็นกระท่อมเล็กๆ อยู่ถัดจากริมฝั่งคลอง ..... เห็นบ้านริมคลองแทบทุกบ้าน มี “ยอ” ขนาดใหญ่ไว้สำหรับจับสัตว์น้ำที่มีค่อนข้างชุกชุมแถวนั้น

แต่ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ก็คือคลองสายเดิม ..... แต่สภาพน้ำในคลองกลับแตกต่างจากในอดีตอย่างมาก..... น้ำไม่ใส...น้ำไม่ไหล...บ้านและกระท่อมทั้งหลายได้กลายสภาพมาเป็นตึก ... เป็นโรงงาน ... มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งเล็ก และใหญ่ กระจายตัวอยู่ทั่วไปในบริเวณสองข้างทาง บางแห่งก็อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบรเวณนั้น ...ภาพในความทรงจำของผมผุดขึ้นมา ซ้อนกับภาพที่ผมกำลังเห็นอยู่ในปัจจุบัน

.... ผมรู้สึกหวั่นไหว และสะเทือนใจไปกับภาพสองชุดที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมๆกัน มันเป็นภาพที่มีช่วงเวลาห่างกันถึง 30 ปี .... มีเสียงในใจแว่วขึ้นมาว่า “อดีตนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถย้อนเวลา นำกลับคืนมาได้...” แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกเสียงหนึ่งผุดขึ้นมาว่า “เราสามารถจะสร้างสภาพแบบในอดีตนั้นได้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นไปตามการกระทำของมนุษย์... ไม่ใช่เพราะมนุษย์หรอกหรือที่ทำให้บางปูต้องมีสภาพเป็นเช่นนี้ ..ไม่ใช่เพราะการตัดสินใจหรือนโยบายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมในพื้นที่หรอกหรือ ที่ทำให้บางปูต้องมีสภาพเช่นนี้...ทุกอย่างล้วนมาจากฝีมือการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น..."

ถ้าเราอยากจะให้สภาพแวดล้อมของบางปู (หรือของที่ไหนก็ตาม) ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ เราคงจะต้องทำอะไรบางอย่าง ทั้งในระดับรากหญ้า และในระดับนโยบาย ... ไม่มีสิ่งใดจะดีขึ้นมาได้ หากพวกเราปล่อยปละละเลย และคิดว่าตัวเราเองนั้นไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่เกิดขึ้น ...ผมคิดว่าจุดที่อันตรายที่สุดก็คือความคิดที่ว่า "ปัญหาไม่ได้มาจากเรา คนอื่นเป็นคนทำ คนอื่นต้องรับผิดชอบ" หากเราพิจารณาดูให้ดี จะพบว่าในทุกๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเรานั้น แท้จริงแล้วจะมีตัวเราเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ.... หากเรายังไม่รู้แน่ว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมานี้ได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามฝึกทำเสมอและเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทันทีก็คือ การสำรวจตัวเองและเริ่มต้นที่ตนเองก่อนเป็นอันดับแรกครับ

และนี่คือประเด็นที่ผมจะขอทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะพูดเรื่อง “การพัฒนาชีวิตครู” ในวันพรุ่งนี้ต่อไป ขอให้ทุกท่านลองใช้เวลาสำรวจตัวเองดูนะครับ ...แล้วท่านจะพบว่าแท้จริงแล้วเรานี่แหละครับที่เป็น"ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" ตัวจริง ...ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ครับ!!

0 Comments:

Post a Comment

<< Home