Wednesday, September 28, 2005

ฝึกปฏิบัติจัดการความรู้

MentalHealth 001

สองวันที่ผ่านมานี้ (27 – 28 ก.ย. 48) ผมกับอ้อ (วรรณา) ได้ไปช่วยกรมสุขภาพจิตทำ Workshop เพื่อเรียนรู้เรื่อง KM แบบ Learning by Doing คือเรียนรู้จากการทำจริง โจทย์ หรือ “หัวปลา” ที่ใช้เป็นเรื่อง “สุขภาพจิตชุมชน” และเรื่อง “สุขภาพจิตกับภัยพิบัติ” โดยผู้ที่เข้าร่วม Workshop ในสองวันนี้ก็คือผู้ที่ปฏิบัติงานในศูนย์สุขภาพจิตจากเขตต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งทาง สคส. จะเรียกคนเหล่านี้ว่า “คุณกิจ” ซึ่งหมายถึงผู้ที่ทำกิจกรรม เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ ในภาษา KM อาจจะเรียกว่า “Knowledge Workers” ก็ได้ ในการทำ Workshop ครั้งนี้ ผมขอไว้เป็น 3 ประเด็น ด้วยกัน คือ

(1) วัตถุประสงค์ของ Workshop นี้ ก็เพื่อที่จะให้คณะทำงานพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้ของกรมสุขภาพจิต ได้เข้าใจกระบวนการ KM อย่างเต็มรูปแบบ ...ว่าเป็นอย่างไร? โดยเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศจริงของการทำ KM ตาม “โมเดลปลาทู” ของ สคส. สำหรับผลพลอยได้ที่คาดว่าน่าจะได้รับก็คือ การที่ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตชุมชนและสุขภาพจิตกับภัยพิบัติ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสามารถประมวลความรู้ (เชิงปฏิบัติ) ที่ได้ เผยแพร่สู่เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ในวงที่กว้างขึ้นต่อไป

(2) หากถามว่าสิ่งที่ได้จากการทำ Workshop นี้ ...เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่? ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ได้สิ่งต่างๆตามที่คาดหวังไว้ ทีม KM ของกรมฯ มีความเข้าใจใน KM มากยิ่งขึ้น ผู้ปฏิบัติงานที่ได้เข้ากระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) ต่างก็เห็นคุณค่าของ KM จะเหลืออยู่ก็แต่ว่า “ขุมความรู้ (Knowledge Asset)” ที่ได้มาจากการทดลองปฏิบัติในครั้งนี้ จะมีประโยชน์ต่อเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน ...มากน้อยเพียงใด? นั้น คงเป็นสิ่งที่ต้องคอยติดตามต่อไป สำหรับประเด็นที่ว่าอะไรคือ “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ”ของการทำ Workshop ครั้งนี้ ...ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะบรรดา “คุณกิจ” ทั้งหลายต่างก็มีจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ง่ายนักในหน่วยงานทั่วไป นอกจากนั้นที่งานครั้งนี้สามารถดำเนินไปได้ราบรื่น ก็คงเป็นผลพวงมาจากความตั้งใจ ความทุ่มเทของทีมงานทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำหน้าที่ “คุณอำนวย” และ “คุณลิขิต” ที่สามารถทำให้กระบวนการ Sharing สามารถดำเนินไปได้ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัด

(3) สิ่งที่เห็นว่าน่าจะปรับปรุงได้ หรือที่เห็นว่าเป็น “ข้อควรระวัง” สำหรับการทำ Workshop ประเภทนี้ เท่าที่ผมจะพอนึกได้ ก็คือ ...

1. ประเด็นที่ใช้ใน Workshop ควรจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ควรทำหลายเรื่องในครั้งเดียว ทั้งนี้เพื่อที่คนทั้งหมดจะได้ focus ไปที่จุดเดียวกัน จะทำให้สามารถ “กลั่น” ตัว “แก่นความรู้” ออกมาได้ง่ายขึ้น

2. ประเด็นความรู้ที่เลือกมานี้ จะต้องเป็นประเด็นที่อยู่ใน “แผนที่ความรู้ (Knowledge Map)” ขององค์กร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ “เดินไปผิดทาง” คือเผลอไปทำเรื่องที่ไม่ได้ตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร

3. KM Workshop ที่ดีจะต้องมีบรรยากาศแบบสบายๆ เต็มไปด้วยมิตรไมตรี และการชื่นชม จะต้องทำไปโดยไม่ “กลัวผิด” ผู้ที่เริ่มทำ KM ใหม่ๆ มักจะถามผมเสมอว่า “ที่ทำไปแบบนี้...... ถูกต้องหรือเปล่า?” ซึ่งผมก็มักจะตอบเหมือนกันทุกครั้งว่า “ทำถูกต้องหรือไม่นั้น ...ไม่สำคัญเท่ากับว่า ..มาถูกทางหรือเปล่า” เพราะผมต้องการให้เขาเห็นความสำคัญเรื่อง “ทิศทาง” หรือ “หัวปลา” มากกว่าที่จะมามัวกังวลใจในขั้นตอนรายละเอียด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แปรเปลี่ยนไปได้ตามบริบทของหน่วยงานแต่ละที่ ประเด็นที่ผมเจอบ่อยก็คือ ผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) มักจะหงุดหงิดกับกระบวนการ KM เพราะ KM นั้น ไม่ได้เน้นเรื่องความสมบูรณ์แบบตั่งแต่แรก แต่ให้ความสำคัญไปที่การเรียนรู้จากการทำจริง ...หากรอให้สมบูรณ์แบบก็อาจจะไม่ได้ “ลงมือทำ” ซึ่งก็จะทำให้พลาดโอกาสการเรียนรู้ที่แท้จริงไป

4. จำนวนคนที่เข้าร่วม Workshop นั้น ถ้าจะให้ดี ...จะต้องไม่มากเกินไป (ไม่ควรเกิน 40 คน) และควรคัดเลือกผู้ที่สนใจจริงจัง มีความมุ่งมั่น ต้องการที่จะเรียนรู้กระบวนการทั้งกระบวนการ หากคนเข้าร่วมมีจำนวนมากเกินไปก็จะทำให้การจัดการยากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการจัดกลุ่มย่อย หากจัดออกมาเป็นหลายกลุ่มย่อย ก็จะเสียเวลามากในช่วงนำเสนอ หรือถ้าจัดกลุ่มย่อยไม่กี่กลุ่ม โดยที่แต่ละกลุ่มนั้นมีจำนวนสมาชิกค่อนข้างมาก ก็จะทำให้สมาชิกกลุ่มแต่ละท่านมีเวลาในการแบ่งปันความรู้น้อยลง ...จบ Workshop ไปแล้วยังเกิดอาการ “อารมณ์ค้าง” อยู่ ...เพราะยังแชร์ได้ “ไม่จุใจ” นอกจากนั้นการที่กลุ่มใหญ่เกินไปก็ยังทำให้บรรยากาศขาดความใกล้ชิดสนิทสนมกันอีกด้วย

ที่ผมสรุปมาทั้งหมดนี้ จริงๆแล้วผมกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า “AAR” ครับ AAR ย่อมาจากคำว่า “After Action Review” ซึ่งก็คือการทบทวนหลังจากที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสร็จสิ้นลง โดยพยายามตอบคำถาม 4 ข้อดังต่อไปนี้: 1. คาดหวัง หรือมีวัตถุประสงค์อะไร? 2. มีอะไรที่ทำได้ตามคาดหวังหรือบรรลุวัตถุประสงค์บ้าง.... เพราะอะไร? 3. มีอะไรบ้างที่ไม่ได้ตามความคาดหวัง หรือไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ .... เพราะอะไร? และ 4 ถ้ามีโอกาสทำสิ่งนี้อีก คิดว่าจะทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม ..จะปรับปรุงอะไร?

ตกลงที่ท่านอ่านมาทั้งหมดนี้ คือการทำ AAR ของผมสำหรับ Workshop ที่ผ่านมาในสองวันนี้ ..ลองทำ AAR บ่อยๆ นะครับ แล้วท่านจะรู้ว่าการเรียนรู้ที่สำคัญนั้นเกิดขึ้นตรงนี้ นี่แหละครับ


1 Comments:

At Thu Oct 06, 12:37:00 AM, Anonymous น้องทิง said...

“ทำถูกต้องหรือไม่นั้น ...ไม่สำคัญเท่ากับว่า ..มาถูกทางหรือเปล่า”
ไพเราะมากเลยครับอาจารย์ ^_^!!

"ไม่ได้เน้นเรื่องความสมบูรณ์แบบตั่งแต่แรก แต่ให้ความสำคัญไปที่การเรียนรู้จากการทำจริง...หากรอให้สมบูรณ์แบบก็อาจจะไม่ได้ “ลงมือทำ” ซึ่งก็จะทำให้พลาดโอกาสการเรียนรู้ที่แท้จริงไป"
นี่ก็ไพเราะเหมือนกันครับป๋ม ^_^!!

 

Post a Comment

<< Home