Friday, September 30, 2005

KM Workshop กับ KM ของแท้

KM ...สำหรับผมแล้ว เป็นเรื่องที่กว้างกว่าการจัดการความรู้ในรูปแบบที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน การที่เราจะ “จัดการ” กับความรู้ที่ “ฝังลึก” (Tacit Knowledge) ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับส่วนที่เป็น “ความรู้สึก (feeling)” ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็น “ความรู้สึกตัว (awareness)”

ใครที่เคยเข้า Workshop ที่ผมเป็นผู้ดำเนินการ คงจะเคยได้ยินผมพูดอยู่เสมอว่า ถ้าต้องการจะให้การ Sharing ครั้งนี้เป็นประโยชน์ ท่านทั้งหลายจะต้องไม่มาแบบ “น้ำชาล้นถ้วย” เพราะนั่นเท่ากับว่า ท่านมาอย่าง “เต็มเปี่ยม” แล้ว ท่านไม่มี “ที่ว่าง” พอที่จะรับสิ่งใหม่ๆได้อีก เท่ากับว่าท่านจะไม่ได้รับอะไรเพิ่มเติม ทุกอย่างที่เข้ามาจะ “ล้นถ้วย” ไหลทิ้งออกหมด ที่ผมย้ำเรื่องนี้ก็เพื่อ “เตือนสติ” ผู้ที่กำลังจะเข้าร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากกระบวนการนี้มากที่สุด

...นั่นคือสิ่งที่ผมมักจะตอกย้ำในช่วงการเริ่มต้น Workshop ....สำหรับประสบการณ์ที่ผมมักจะได้รับหลังจากที่ทำ Workshop เสร็จใหม่ๆ ก็คือ ....จะได้สัมผัสกับความรู้สึกตื่นเต้นของผู้เข้าร่วม เรียกได้ว่าหลายท่านเกิดอาการ “ร้อนวิชา” อยากจะนำเทคนิคต่างๆที่ได้เรียนรู้มานี้ไปใช้ในหน่วยงานของตน ....จะติดอยู่ก็แต่ตรงที่ว่า ...มักจะไม่ค่อยมั่นใจว่าตนเองจะทำกระบวนการนี้ได้ ส่วนใหญ่มักจะมาเรียบๆ เคียงๆ (หรือบางคนก็เข้ามาจีบเอาดื้อๆ) ขอให้ผมไปช่วยทำกระบวนการนี้ให้ในหน่วยงานของเขา

คำตอบที่ผมมักจะใช้เป็นประจำ ซึ่งถ้าฟังไม่ดีก็อาจจะรู้สึกว่า “ช่างแล้งน้ำใจเหลือเกิน” ก็คือ... “ถ้าผมทำ Workshop ครั้งนี้ ที่มี 20 – 30 หน่วยงานมาร่วมเรียนรู้ และเกิด “ติดใจ” ต้องการให้ผมไปทำแบบนี้ให้กับทุกๆหน่วยงาน นั่นก็เท่ากับว่า Workshop ครั้งนี้ ล้มเหลว!! ..... เพราะว่าวัตถุประสงค์ของการจัดทำ Workshop นี้ ก็เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ที่เข้าร่วมให้สมารถทำ KM ได้ในหน่วยงาน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ต้องการจะกลับไปทำ เพื่อจะได้ขยายเครือข่ายเรื่อง KM ให้แพร่หลายออกไปเรื่อยๆ .... ไม่ใช่กลับกลายเป็นว่า ต้องกลับมาพึ่งพาผมอีก?”

ข้อมูลที่ผมได้รับเพิ่มเติมหลังจากที่ผมให้คำตอบที่ค่อนข้างจะสร้าง "ความผิดหวัง" ให้กับหลายๆท่าน ก็คือ ...ที่เขาไม่พร้อมที่จะกลับไปทำ KM หรือทำWorkshop ทำนองนี้ในหน่วยงานของเขา ก็เพราะเหตุผลสองข้อ คือ 1. ไม่มั่นใจ ...เกรงว่าจะทำได้ไม่ดี 2. ไม่แน่ใจว่า...คนในหน่วยงานจะยอมรับ จะสนใจและจะร่วมมือด้วยไหม เพราะเป็นธรรมชาติที่คนในหน่วยงานมักจะไม่ค่อยสนใจฟังคนที่อยู่ในหน่วยงานด้วยกัน แต่มักจะให้ความสนใจกับ วิทยากร (หรือคุณอำนวย) ที่เป็น “คนนอก” มากกว่า

ซึ่งในทั้ง 2 ประเด็นนี้ ผมก็ได้ชี้แจงกลับไปว่า ปัญหาของข้อที่ 1 นั้นแก้ได้ ก็ด้วยการ “ทำ” เท่านั้น เพราะถ้ายิ่งไม่ทำก็จะทำไม่ได้ จะต้องลองทำ และจะต้องทำโดยอย่าไปกังวลว่าต้องทำให้ออกมา “สมบูรณ์แบบ” เรื่อง KM ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ทำไปเรียนไป ข้อสำคัญต้องมี "ความสุข" ไปกับมันด้วย
สำหรับข้อที่ 2 นั้น อาจจะต้องขอความร่วมมือจากเพื่อนที่อยู่ส่วนกลาง เช่นใช้ทีม KM ของกรม ของจังหวัด มาช่วยเป็นคุณอำนวย หรืออาจจะใช้เพื่อนร่วม Workshop ที่อยู่คนละหน่วยงานก็ได้

.... ลองเถอะครับ .... ทำเถอะครับ .... อย่ามัวแต่กลัว ... อย่ามัวเกร็งอยู่เลย .... ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีทางได้เข้าใจเรื่อง KM ที่เป็นของจริงหรอกครับ KM ของจริง จะเป็นรูปแบบที่เป็นของท่านเอง .... โมเดลปลาทู หรือ วิธีการของ สคส. เป็นเพียงแนวทางเพื่อใช้สื่อสารทำความเข้าใจเท่านั้น .... ท่านต้องกล้าพอที่จะทำในแบบฉบับของตัวเองครับ .... นั่นแหละครับ “KM ของแท้”

ถ้าทำแล้วมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาผมและทีมงาน สคส. ได้ทุกคนครับ เราไม่ “แล้งน้ำใจ” อย่างที่ท่านเข้าใจผิดหรอก!


1 Comments:

At Tue Oct 04, 07:14:00 PM, Anonymous นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุล said...

อาจารย์ครับ ผมเจอแต่เอา่ถ้วยเปล่ามาครับ รอรับเอาอย่างเดียว แล้วยังรั่วอีก ตวงความรู้กลับไปไม่ได้ครับ ผมว่าอย่างน้อยต้องมีติดถ้วยมาบ้าง จะเป็นกาแฟ หรือน้ำชา ชาเขียว ชาจีน ผลัดกันจิบ ผลัดกันชม เพื่อให้รู้ว่าโลกนี้มีอะไรมากกว่าที่เราคุ้นชิน คงน่าภิรมย์กว่าเดิม แต่ตอนเริ่มคงยาก เห็นด้วยกับอาจารย์ครับว่าลงมือทำ อย่ารำอย่าฟ้อนมาก ระลึกถึงอาจารย์เสมอครับ

 

Post a Comment

<< Home