Tuesday, November 01, 2005

ท่องดินแดนสุดขอบฟ้า "แชงกรี-ลา" (7)

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (23 ต.ค. 48) วันนี้เดินทางสู่ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) นั่งกระเช้าตัวใหม่ซึ่งเป็นกระเช้าที่สูงที่สุดในประเทศจีน กระเช้าจะพาไปสู่จุดชมวิวที่เรียกว่า “สวนธารน้ำแข็ง” (Glacier Park) ที่ระดับความสูง 4,600 เมตร ภูเขาหิมะมังกรหยกนับเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าต่างๆในลี่เจียง แม้จะสูงเพียง 5,596 เมตร แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีมนุษย์คนใดสามารถพิชิตยอดเขาซานจือโต่วนี้ได้สำเร็จ

China_Prapon 179_B

China_Prapon 164_B

วันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้าไป ผู้ที่จะเข้าต่างก็ต้องตากฝนรออยู่หน้าประตูทางเข้า เมื่อประตูเปิดแล้วเข้าไปนั่งรอข้างในอาคารรอเรียกตามตัวอักษรในบัตรเพื่อขึ้นรถบัสที่จะนำไปสู่ที่จุดขึ้นกระเช้า นั่งกระเช้าไปประมาณ 10 นาที มองอะไรไม่ค่อยจะเห็นเพราะมีหมอกหนาและฝนก็ตกพรำๆตลอดเวลา ไปถึงบนยอดเขาหลายคนตื่นเต้นกับการเล่นหิมะ ผมเองก็เอาแต่ถ่ายรูป อยู่บนนั้นประมาณ 20 นาที ก็นั่งกระเช้ากลับลงมาข้างล่างระหว่างที่คอยรถบัสหลายคนทนหิวไม่ไหว ก็ซื้อน่องไก่ทอด เนื้อแพะเสียบไม้รองท้องไปก่อน รสชาดใช้ได้ แต่น้ำชาค่อนข้างแพงแก้วละ 30 บาท

หลังอาหารเที่ยงไปวัดอวี้เฟิง ซึ่งเป็นวัดลามะทิเบตเก่าแก่แห่งเมืองลี่เจียง สร้างในสมัยราชวงศ์ชิง ภายในบริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นคามีเลีย จนได้สมญานามว่า “ดินแดนแห่งคามีเลีย 10,000 ดอก” ต้นคามีเลียบางต้นมีอายเก่าแก่กว่า 500 ปี ดอกคามีเลียมีอยู่ด้วยกันหลายสี ตั้งแต่ สีขาว เหลือง ชมพู ส้ม แดง และสีปะปนกัน แล้วเดินทางไปอุทยานน้ำหยกหรืออวี้สุ่ยไจ้ เป็นหมู่บ้านชนกลุ่มน้อยมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามทั้งน้ำตกและลำธารที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่างลงตัว เสียดายที่ฝนตกตลอดเวลาเลยไม่ได้ชมอะไรมากนัก วัดในวันนี้สวยกว่าที่เคยไปมา เสียดายมากที่อากาศไม่อำนวยให้เที่ยวชม


china 477_B

China_Prapon 223_B

ออกจากวัด ไกด์พาไปรายการพิเศษเป็นสถานที่นวดเท้า เป็นการนวดฟรี (จริงๆแล้วนวดสู้ในเมืองไทยไม่ได้ คนนวดพยายามแต่จะขายยา เพราะได้ Commission จากการขายยา) คนที่เป็นหมอจีนมาแนะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ พูดไทยเก่งมาก มีการสาธิตสรรพคุณของครีมบัวหิมะ แล้วก็มีการแมะ จ่ายยาซึ่งราคาไม่เบาเลย


หลังจากนั้นก็ไปเดินที่ต้าเอี้ยนเจิ้น (ตลาดสี่เหลี่ยม) ที่เมืองโบราณลี่เจียง แล้วไปทานข้าวเย็นที่โรงแรม แล้วไปสนามบินเพื่อบินกลับคุนหมิง ตามกำหนดการวันนี้จะถึงคุนหมิงประมาณ 5 ทุ่ม แต่ปรากฏว่าเครื่องจากลี่เจียงไปคุนหมิง Delay ประมาณ 3 ชั่วโมง ทำให้ไปถึงคุนหมิงเวลาประมาณตีสองของวันรุ่งขึ้น (24 ต.ค. 48) กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสาม พอตีห้าก็ต้องตื่นเพราะจะต้องจับครื่องบินกลับเมืองไทยในเช้าวันนี้ ...เป็นการเดินทางที่สะบักสะบอมมาก ...แต่ก็คุ้มค่า เพราะได้พบแล้วว่า "แชงกรี-ลา" คืออะไร? ...โปรดติดตามตอนต่อไป ในบทความที่มีชื่อว่า "ตามหาแชงกรี-ลา" นะครับ

สำหรับท่านที่ดูภาพยังไม่สะใจ ลองคลิ๊กเข้าไปที่ http://www.flickr.com/photos/27065211@N00 ผมเลือกรูปเด็ดมาใส่ไว้ครับ ดูแล้วอย่าดูเฉยๆนะครับ เขียน Comment กันเข้ามาบ้าง จะได้ช่วยกันสร้างความ"คึกคัก" ครับ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home